สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีซูรังเกิล วิปป์ส ผู้นำปาเลา กล่าวว่า หมู่เกาะเล็ก ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีประชากร 18,000 คนของเขาถูกบังคับให้เปลี่ยนท่าที “เรามีความสัมพันธ์กับไต้หวัน แต่จีนบอกเราอย่างเปิดเผยว่าแนวคิดนี้ผิดกฎหมาย และไม่ควรยอมรับไต้หวัน” วิปส์กล่าว
วิปป์สอ้างว่า จีนบอกกับปาเลาว่า ไม่มีอะไรเกินความสามารถ และจีนสามารถให้ทุกอย่างที่ปาเลาต้องการได้ “เราต้องการการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ขณะเดียวกันเราก็มีค่านิยม ความร่วมมือ และความสัมพันธ์ที่มีกับไต้หวัน” เขากล่าวเสริม “เราเต็มใจที่จะเป็นมิตรกับจีน แต่ไม่ใช่การแลกกับความสัมพันธ์กับไต้หวัน”
Palau president accuses China of ‘weaponising tourism’ https://t.co/g9ud3YDObc
— ST Foreign Desk (@STForeignDesk) August 15, 2024
นอกจากนั้น ผู้นำปาเลากล่าวหาจีนว่า “ใช้การท่องเที่ยวเป็นอาวุธ” และพยายามสร้างอิทธิพลต่อจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งตามข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของปาเลาประมาณครึ่งหนึ่งมาจากการท่องเที่ยว “ในช่วงล่าสุด มีข่าวจากจีนว่าปาเลาเป็นสถานที่ไม่ปลอดภัย และไม่ควรไปท่องเที่ยว” วิปป์สกล่าว
ปาเลาถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมประชุมของสมาคมตัวแทนท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิก ที่เขตบริหารพิเศษมาเก๊า ซึ่งเกิดขึ้นก่อนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีไล่ ชิง-เต๋อ ผู้นำไต้หวัน เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา “นั่นคือความจริงที่เรากำลังเผชิญอยู่” วิปป์สกล่าวเสริม
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วิปส์กล่าวหารัฐบาลปักกิ่ง ว่าแทรกแซงกิจการภายในของปาเลา ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังปาเลาถูกโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ วิปป์สกล่าวว่า ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าแรนซัมแวร์ที่ใช้ในการโจมตี อาจถูกพัฒนาขึ้นในรัสเซีย, ส่งออกมาจากมาเลเซีย และดูเหมือนว่ามีความเกี่ยวโยงกับจีนด้วย.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



