วันจันทร์ที่ 16 ก.ย. รัฐมนตรีบางคนได้ฤกษ์เข้ากระทรวงแล้ว เช่นที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บางกระทรวงก็มีการแบ่งงานรัฐมนตรีช่วย เช่น กระทรวงมหาดไทย สาธารณสุข สำหรับ “นายกฯอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร” และ “ปอ ปิฎก สุขสวัสดิ์” สามี ถือฤกษ์เวลา 09.15 น. ไปวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามเข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกที่พระตำหนักสมเด็จพระสังฆราช และเข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ที่อาคารสัมฤทธิ์ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติของนายกฯทุกคน ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง

น.ส.แพทองธาร ให้สัมภาษณ์ว่าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกทรงประทานพรแบบทั่วๆไป ได้กราบบังคมทูลฯว่าวันนี้มาทำงานวันแรกและรู้สึกดีที่ได้ไปกราบและเข้าไปที่วัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ นายกฯเปลี่ยนมาใช้รถยนต์เลกซัส สีดำ ทะเบียน พพ 267 กรุงเทพมหานคร โดยมีรายงานข่าวว่า รถคันดังกล่าวเป็นของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้เป็นบิดาส่งมาให้ใช้และจะใช้รถคันดังกล่าวเป็นหลัก เมื่อกลับเข้าทำเนียบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตรได้เดินเยี่ยมห้องทำงานผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลทั้ง 3 ห้อง
ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงการที่นายจเด็ศ จันทรา ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ชนะเลือกตั้งซ่อม สส. พิษณุโลก เขต 1 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พรรคเพื่อไทยเจาะพื้นที่นี้ได้ จากที่ไม่เคยทำสำเร็จตั้งแต่เริ่มพรรคไทยรักไทย “นายกฯอิ๊งค์” บอกว่าได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับนายจเด็ศ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งและนายจเด็ศเองเขาก็ตั้งใจทำพื้นที่มาก รวมถึงการทำพื้นที่ก็มีความต่อเนื่องกับนโยบายของรัฐบาลทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่า สส. จะได้ดูแลประชาชนได้อย่างดี ผลการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นกำลังใจในการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเลือกตั้งซ่อม สส.พิษณุโลก เขต 1 อย่างไม่เป็นทางการ หมายเลข 1 นายณัฐชนนท์ ชนะบูรณะศักดิ์ พรรคประชาชน ( ปชน.) ได้ 30,640 คะแนน หมายเลข 2 นายจเด็ศ จันทรา เพื่อไทย 37,209 คะแนน บัตรดี 67,849 ใบ บัตรเสีย 1,106 ใบ บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 7,261 ใบ จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 138,705 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้คิดเป็น 54.95% ทำให้นายจเด็ศ หรือบู้ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ได้เป็น ส.ส.พิษณุโลกเขต 1
มีการวิเคราะห์ไปหลากหลายถึงสาเหตุที่นายจเด็ศ ชนะเลือกตั้งในสนามนี้ ส่วนหนึ่งที่มองความพ่ายแพ้ของพรรค ปชน. เพราะมีผู้มาใช้สิทธิลดลง และไม่มีเลือกตั้งล่วงหน้า อีกทั้งประชาชนอาจมีแนวโน้มเลือกพรรครัฐบาลมากกว่า
เพราะมองว่า สส.ทำงานได้มากกว่าฝ่ายค้าน ขณะเดียวกันในโลกอินเทอร์เนตก็มีกระแสโจมตีพรรค ปชน.ว่าที่แพ้เลือกตั้งส่วนหนึ่ง เพราะไปเรียกร้องสิทธิให้ชาวเมียนมาเกินไป
วันเดียวกันนี้ เวลา 11.00 น. ณ ห้องจัดประชุมสัมมนาใหญ่ B1 ชั้นบี 1 อาคารรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดพิธีรับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เป็น รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และนายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่กระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม พร้อม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม เข้าร่วมพิธีต้อนรับในโอกาสเข้ารับตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ รมว.กลาโหม นายภูมิธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารได้ขยายเวลาไปแล้ว จะพยายามทำให้เร็วที่สุด และวันเดียวกัน พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) จะเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ คิดว่าเร็วๆ นี้ คงจะมีโอกาสคุยกันอย่างเป็นทางการ คิดว่าในส่วนของกองทัพเรือจะจบด้วยดี ภายในสัปดาห์หน้าน่าจะจบ ขอเวลาอีกนิดและจะเรียบร้อย
ทั้งนี้ ปัญหาการโยกย้ายใน ทร.เกิดจาก ผบ.ทร.เสนอชื่อ “บิ๊กแมว” พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ที่ปรึกษาพิเศษ ทร.เตรียมทหารรุ่นที่ 23 เป็น ผบ.ทร.ซึ่งถูกคัดค้านเพราะไม่ได้อยู่ในไลน์ 5 ฉลาม ทร.ไม่จบโรงเรียนนายเรือ
นายภูมิธรรม กล่าวถึงการแต่งตั้ง พล.อ.ไตรศักดิ์ อินทรรัสมี อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ กองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 ( ตท. 10 ) ของนายทักษิณ ชินวัตร เป็นคณะทำงาน ว่า ไม่ใช่ตัวแทนนายทักษิณ พล.อ.ไตรศักดิ์ เคยอยู่ในพรรคเพื่อไทย เป็นคณะทำงานของตนเอง การตัดสินปัญหาจะขึ้นอยู่กับ รมว.กลาโหม รับประกันว่า ไม่มีใครมาครอบงำตนเองได้ และย้ำว่า การมาดำรงตำแหน่งไม่มี “การแก้แค้นเพื่อนายทักษิณหรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายก” การแก้แค้นไม่เคยเกิดขึ้นด้วยซ้ำ วันนี้ร่วมมือกันทำทุกอย่างเพื่อแก้วิกฤตการณ์ของประเทศสำคัญกว่า
สิ่งหนึ่งที่เราได้รับรู้กันมาตในช่วงใช้รัฐธรรมนูญปี 60 คือ “ปัญหาในประมวลจริยธรรม” ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือประหัตถ์ประหารทางการเมือง เพราะการตีความที่เป็นอัตวิสัยของผู้ตีความขึ้นอยู่กับมุมมองที่จะพิจารณามากกว่าหลักฐาน หรือความเสียหายที่เกิดขึ้น..และโทษที่ผู้ถูกร้องต้องประสบนั้นหนักเกินไป อย่างกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ เรียกได้ว่า “ทำให้ขาดคุณสมบัติทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญโดยปริยาย”
แต่ละพรรคจึงต้องการให้ประมวลจริยธรรมมีความรัดกุมขึ้น ไม่ถูกนักร้องเอามาใช้จัดการกันทางการเมืองอย่างพร่ำเพรื่อ เช่น นายกฯ ทำท่ามินิฮาร์ทก็จะร้อง นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า สัปดาห์หน้า คาดว่าจะมีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราต่อรัฐสภา คือเรื่องจริยธรรม การปรับปรุงบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในคุณสมบัติว่าต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ที่ต้องกำหนดนิยามให้ชัดเจน

“ยอมรับว่าในการหารือกับพรรคประชาชนเขาต้องการให้ยกเลิก แต่พรรคเพื่อไทยเห็นว่ารายละเอียดดังกล่าวยังต้องเอาไว้และปรับปรุงรายละเอียด และพบกันครึ่งทาง นอกจากนั้นในการพิจารณาคดีของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่มีความสำคัญ เช่นยุบพรรคไม่ควรใช้เสียงข้างมาก แต่ควรมีเกณฑ์เช่น ใช้เสียง 2 ใน 3 หรือ 4 ใน 5 ส่วนข้อเสนอของพรรค ปชน.ให้ยกเลิกเกี่ยวกับอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ตรวจสอบจริยธรรมนักการเมืองนั้น พรรคเพื่อไทยคิดว่าไม่ควรยกเลิก ไม่ควรแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตนเอง”
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ที่เห็นตรงกับพรรคประชาชนและเห็นตรงกัน คือ ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ที่ห้ามในประเด็นการถูกลงโทษหมิ่นประมาท และการถูกตัดสิทธิ 20 ปี (กรณีรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติ แต่สมัคร สส.) นั้นยาวนานเกินไป ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องทำประชาพิจารณ์ก่อน ว่าประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่โดยใช้คำถามที่ผ่านมติ ครม.ชุดที่แล้ว ส่วนการแก้หมวด 1 และ 2 ได้หรือไม่ไปว่ากันในสภา

สำหรับเรื่องเงินดิจิทัล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า การลงทะเบียนโครงการดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท สำหรับกลุ่มผู้มีสมาร์ตโฟน ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐได้ปิดลงทะเบียนไปเมื่อคืนวันที่ 15 ก.ย. มียอดผู้ลงทะเบียนรวมทั้งสิ้น 36.4 ล้านคน ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะนำรายชื่อทั้งหมดไปตรวจสอบคุณสมบัติ รวมถึงนำไปหักออกจากรายชื่อของกลุ่มเปราะบางที่จะได้รับเงินสด 10,000 บาท ประกาศผลเมื่อไรจะแจ้งวันประกาศที่ชัดเจนอีกครั้ง
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คลังประเมินว่าภาพรวมผู้เข้าร่วมโครงการจะไม่เกิน 40 ล้านคน ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณได้กว่า 1 แสนล้านบาท จากเดิมคาดจะมีคนเข้าร่วมกว่า 45 ล้านคน ใช้งบประมาณ ทั้งหมด 4.5 แสนล้านบาท สำหรับการเปิดลงทะเบียนร้านค้า และหลักเกณฑ์การดำเนินการอื่นๆ นั้นรัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการเดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตชุดใหม่ทั้งหมด เนื่องจากคณะกรรมการชุดเดิมจัดตั้งโดยรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ก็ต้องจัดตั้งใหม่ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จสิ้นสัปดาห์นี้

ก็ไม่ทราบว่า จะยื้อเรื่องการทำระบบออกไปอีกนานแค่ไหน มีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีกมากหรือไม่ เพราะต้องตั้งคณะกรรมการมาดูสเปคร้านค้าที่ร่วมโครงการได้อีก ซึ่งก็หวังว่า คงใช้เวลาไม่นาน
ปิดท้ายที่นโยบายรัฐบาลอีกอย่าง คือ ค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท “โกเกี๊ยะ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.แรงงาน ยืนยันจะประชุม คณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 (บอร์ดค่าจ้าง หรือไตรภาคี) ในวันที่ 20 ก.ย.นี้ เพื่อขึ้นค่าแรง เพราะเห็นว่าข้าวของ ขึ้นราคาไปล่วงหน้าแล้ว หากรัฐบาลยังไม่ประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอีก คิดว่า ผู้ใช้แรงงานคงรับไม่ไหว
“หากกรรมการฝ่ายนายจ้างไม่มา ทางปลัดกระทรวงแรงงานคงต้องปฏิบัติตามกฎ เราจะใช้กรรมการที่มีอยู่ในห้องประชุม แต่ต้องมีไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 โหวต เมื่อไม่ใช้สิทธิ เราก็ถือว่าท่านสละสิทธิหลังจากนั้นจะจำเข้าสู่ ครม.”
เรื่องค่าแรงขั้นต่ำคงต้องถกเถียงกันหนักในช่วงปลายเดือนนี้ สิ่งที่ประชาชนต้องระวังจับตา คือการขึ้นราคาสินค้าเพราะผู้ผลิตอ้างต้นทุนสูง เช่นนี้รัฐบาลจะมีกลไกอะไรมาควบคุม
“ทีมข่าวการเมือง”



