กรณี น.ส.นภสร พันธุ์เกษม หรือ ลดา อายุ 28 ปี รองมิสแกรนด์เชียงใหม่ปี 2020 และรองอันดับ 2 มิสแกรนด์เชียงราย ปี 2019 ขับรถยนต์เฉี่ยวชน จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย และรถจักรยานยนต์พังเสียหาย 3 คัน เหตุเกิดเมื่อเวลา 02.30 น. ของวันที่ (15 ก.ย.) ที่ผ่านมา ระหว่างซอยประชาอุทิศ 10 กับ 12 แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ นั้น
งงใจตำรวจ! เหยื่อ ‘รองมิสแกรนด์เชียงใหม่’ ซิ่ง บุกโรงพักขอดูหลักฐานไม่ได้
‘รองมิสแกรนด์เชียงใหม่’ ขับเก๋งพลาดชนคนเจ็บ 4 ราย จยย.พังระนาว 3 คัน ย่าน ‘ห้วยขวาง’
ล่าสุด เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 19 ก.ย. ที่ สน.ห้วยขวาง นายสุรเดช มณีไพศาลสกุล หรือ เอ็ม อายุ 35 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เดินทางมาพบ พ.ต.ท.ณัฐสิษฐ์ พุทธเจริญ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ห้วยขวาง เพื่อยื่นหนังสือถึง พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อทวงถามความคืบหน้าของคดี หลังไม่ได้รับการติดต่อเยียวยาจาก น.ส.นภสร ผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด

นายสุรเดช เปิดเผยว่า วันนี้ตนมาติดตามความคืบหน้าคดี เพราะตั้งแต่เกิดเรื่อง ทางคู่กรณีและบริษัทประกันภัยของคู่กรณีก็ไม่ได้มีการติดต่อมาหาตนหรือผู้เสียหายคนอื่นแต่อย่างใด และตนยังสงสัยในการทำงานของตำรวจด้วยว่า ทำไมถึงไม่ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของคู่กรณีที่จุดเกิดเหตุ แต่กลับเชิญให้มาตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในช่วงเช้ามืดเวลา 06.00 น. รวมทั้งตำรวจยังมีความล่าช้าในการส่งหนังสือให้คู่กรณีไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย เพราะตำรวจเพิ่งส่งตัวไปตรวจวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา และเรื่องที่ติดใจมากที่สุด คือ เรื่องของการดูหลักฐานจากกล้องวงจรปิด แต่พนักงานสอบสวนกับอ้างว่าไม่สามารถให้ดูได้ พร้อมกับอ้างว่ากล้องเสีย

ด้าน พ.ต.ท.ณัฐสิษฐ์ พุทธเจริญ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ห้วยขวาง เปิดเผยว่า เบื้องต้นอาจจะมีการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนระหว่างพนักงานสอบสวนและผู้เสียหาย โดยเฉพาะเรื่องของการขอดูกล้องวงจรปิด ซึ่งตนก็ได้เปิดกล้องวงจรปิดพร้อมกับชี้แจงให้ผู้เสียหายรับทราบไปหมดแล้ว ส่วนเหตุผลที่ไม่ได้มีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในจุดเกิดเหตุ เนื่องจากพนักงานสอบสวนต้องรีบเคลียร์สถานที่และต้องเร่งส่งคนเจ็บไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลก่อน ยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินการล่าช้า เพราะหลังจากนั้นก็ได้มีการเรียกคู่กรณีเข้ามาตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ซึ่งปรากฏไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์แต่อย่างใด
รอง ผกก.(สอบสวน) กล่าวอีกว่า ส่วนผลการตรวจสารเสพติดในร่างกายนั้น พนักงานสอบสวนได้ส่งหนังสือให้แพทย์ดำเนินการไปแล้วเมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจ ส่วนคู่กรณีขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด เนื่องจากยังต้องรอผลตรวจจากนิติวิทยาศาสตร์ก่อน โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้คู่กรณีเข้าพบพนักงานสอบสวนในช่วงต้นเดือน ต.ค. นี้.



