เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทยฯ เปิดเผยว่า กว่า 3 ปีที่ผ่านมา การบินไทยได้ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการอย่างเคร่งครัดจนได้รับผลสำเร็จ มีการพลิกโฉมองค์กรครั้งสำคัญ โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างองค์กรที่พ้นจากสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจ สู่บริษัทเอกชน ที่ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คล่องตัว และโปร่งใส หลังจากนี้เราพร้อมทะยานสู่ความสำเร็จในอุตสาหกรรมการบิน และเติบโตต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “Fly for The New Pride” สู่ขอบฟ้าใหม่แห่งความภูมิใจ และพร้อมกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยช่วงไตรมาส 2 ปี 68 หรือไม่เกินเดือน มิ.ย. 68

นายปิยสวัสดิ์ กล่าวต่อว่า คาดว่าการบินไทยจะยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อยกเลิกการฟื้นฟูกิจการได้ประมาณเดือน พ.ค. 68 ทั้งนี้การออกจากแผนฟื้นฟูฯ ได้ งบการเงินต้องเป็นบวก แต่ปัจจุบันส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินเฉพาะกิจการ ยังติดลบอยู่ที่ 40,427 ล้านบาท ดังนั้นจึงต้องเร่งปรับโครงสร้างทุนเพื่อให้กลายเป็นบวก ด้วยการแปลงหนี้เป็นทุน 2 ส่วนคือ แปลงหนี้เดิมของเจ้าหนี้เป็นทุนภาคบังคับ และให้สิทธิเจ้าหนี้แปลงหนี้เป็นทุนเพิ่มเติมโดยความสมัครใจ รวมทั้งจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนประมาณ 9,800 ล้านหุ้น ให้แก่บุคคลตามที่แผนฟื้นฟูฯ กำหนด ได้แก่ ผู้ถือหุ้นเดิม พนักงานการบินไทย และบุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ตามลำดับ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของทุนให้การบินไทย

นายปิยสวัสดิ์ กล่าวอีกว่า ภายหลังการปรับโครงสร้างทุนภายใต้แผนฟื้นฟูฯ คาดว่ากระทรวงการคลัง จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ประมาณ 40% และหากรวมกับกองทุนวายุภักษ์ ก็จะไม่เกิน 45% ซึ่งการบินไทยจะยังเป็นเอกชน แต่ต้องรอดูว่าเมื่อมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว กระทรวงการคลังจะซื้อหุ้นเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การเป็นรัฐวิสาหกิจเหมือนที่ผ่านมา ทำให้การบินไทยต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบขั้นตอนของรัฐมากมาย การอนุมัติต่างๆ ทำได้ค่อนข้างล่าช้า รวมทั้งมีการแทรกแซงโยกย้ายบุคลากรต่างๆ ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมการบินมีการแข่งขันกันสูงมาก หากได้คนไม่ดีมาบริหารจัดการ ก็จะไม่สามารถสู้กับสายการบินต่างชาติได้ อาทิ เอมิเรตส์, สิงคโปร์แอร์ไลน์ และลุฟท์ฮันซ่า

นายพรชัย ฐีระเวช คณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการฯ กล่าวว่า หากปรับโครงสร้างทุนโอกาสที่การบินไทยจะกลับไปเป็นรัฐวิสาหกิจ คงเป็นไปได้ยาก ซึ่งหลังจากนี้การแปลงหนี้เป็นทุนของกระทรวงการคลัง ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) คงต้องวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยที่ผ่านมา สคร. รายงานข้อมูลให้ รมว.คลัง ทราบเป็นระยะอยู่แล้ว แต่ตามกฎหมายต้องรายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วยหรือไม่ คงต้องไปดูขั้นตอนอีกครั้ง เช่นเดียวกับการพิจารณาเพิ่มทุนด้วย ต้องไปดูว่าต้องให้ใครเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเพิ่มทุน จำเป็นต้องถึง ครม. หรือไม่
ด้านนายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทยฯ กล่าวว่า ในวันที่ 11 ต.ค. 67 ที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor : FA) จะประเมินช่วงราคาหุ้นที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ มาให้ผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ เป็นผู้พิจารณา คาดว่าจะได้ข้อสรุปประมาณปลายเดือน พ.ย. 67



