จากประเด็นร้อนที่พรรคประชาชน ตามบี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ส่งตัว พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาค 4 ซึ่งปัจจุบันเป็น สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ถูกฟ้องตกเป็นจำเลยใน “คดีตากใบ” ในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่น ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและหน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก่อนคดีจะหมดอายุความ 20 ปี ในวันที่ 25 ตุลาคม 2567 จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมหน้า สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 และเหตุการณ์ต่อเนื่อง เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
และการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา ต่อนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถึงกรณีดังกล่าว พร้อมระบุว่า “เหตุการณ์ตากใบได้ทำลายความไว้วางใจของประชาชนต่อรัฐอย่างสิ้นเชิง ผมเป็นห่วงว่า ในวันที่ 25 ตุลาคม 2567 จะเป็นการฝังกลบความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อรัฐ จนยากจะฟื้นคืนกลับมาได้ จนทำให้สันติภาพชายแดนใต้กลายเป็นเพียงภาพฝัน” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ ยังได้ถามจี้ไปที่ นายภูมิธรรม รองนายกรัฐมนตรี จะทำอย่างไร เพื่อฟื้นความไว้วางใจของประชาชนในพื้นที่ สร้างความรู้สึกของประชาชนให้กลับมาดีให้ได้ สมกับที่อดีตนายกรัฐมนตรี 2 คน เคยขอโทษ คดีที่กำลังเดินอยู่ เป็นผลงานของประชาชน เมื่อนักข่าวถามเรื่องนี้ รองนายกรัฐมนตรีก็มีอารมณ์แล้ว บอกให้ไปสนใจเรื่องอื่น จนสุดท้ายนำไปสู่การเกิดเหตุระเบิดอีกครั้งในพื้นที่ อ.ตากใบ
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีศาลจังหวัดนราธิวาส ออกหมายจับ พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กรณีไม่ยอมไปขึ้นศาลพิจารณาคดีเหตุการณ์สลายการชุมนุม อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ปี 2547 ว่า ที่ผ่านมา เลขาธิการศาลยุติธรรมเคยมีหนังสือมาถึงเลขาธิการสภา ขออนุญาตดำเนินคดีกับ พล.อ.พิศาล ซึ่งทางสำนักงานเลขาธิการสภา ได้ประชุมกันเรียบร้อยแล้ว และมีหนังสือตอบกลับไปยังเลขาธิการศาลยุติธรรม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ขอให้ศาลดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 124 วรรคสี่ ซึ่งเป็นเนื้อหาใหม่ตามรัฐธรรมนูญปี 60 สามารถดำเนินคดีกับ พล.อ.พิศาล ได้เลย โดยที่ไม่ต้องมาขออนุมัติจากสภา ดังนั้นหลังจากนี้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ว่าจะจับกุม พล.อ.พิศาล หรือไม่ เพราะสภาได้มีมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 124 วรรคสี่ เรียบร้อยแล้ว จึงไม่ต้องมาขออนุญาตต่อสภาอีก
ส่วนกรณีที่ พล.อ.พิศาล ไม่เคยมาประชุมสภาเลยนั้น เลขาธิการสภา กล่าวว่า พล.อ.พิศาล ได้ยื่นหนังสือลาประชุมต่อสภา โดยอ้างเหตุผลว่าป่วย และเดินทางไปรักษาตัวต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 26 ส.ค.-30 ต.ค. ซึ่ง “นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” รองประธานสภา ได้เซ็นหนังสืออนุมัติให้
“หลังจากนี้เป็นดุลพินิจของศาล ถ้าเจอตัว พล.อ.พิศาล ก็สามารถจับได้เลย เพียงแต่ว่าวันไหนที่มีการประชุมสภา ศาลก็ต้องปล่อยตัว พล.อ.พิศาล ให้กลับมาประชุม พอประชุมเสร็จแล้ว ให้นำตัวกลับไปควบคุมใหม่” ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ กล่าว.



