สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ว่า วัยรุ่นชายอายุ 15-18 ปี ประมาณ 4 ใน 5 คน ไม่เคยมีจูบแรก ขณะที่เด็กหญิงกว่า 1 ใน 4 เคยมีจูบแรก ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุด นับตั้งแต่มีการสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ เมื่อปี 2517
การศึกษาวิจัยโดยสมาคมการศึกษาเรื่องเพศของญี่ปุ่น สอบถามนักเรียน 12,562 คน จากโรงเรียนมัธยมต้น, มัธยมปลาย และมหาวิทยาลัย ทุกเรื่องตั้งแต่การจูบไปจนถึงการมีเพศสัมพันธ์ ภายใต้โครงการสำรวจที่มีขึ้นทุก 6 ปี ถือเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งวัยรุ่นเคยผ่านการจูบถึงประมาณ 1 ใน 2
Never been kissed – Japan's teen boys losing out on love https://t.co/JBpMJ9T76Y
— BBC Asia (@BBCNewsAsia) November 5, 2024
นอกจากนั้น รายงานของปีนี้ชี้ให้เห็นว่า นักเรียนมัธยมปลายเพศชาย ยังมีเพศสัมพันธ์เพียง 12% และนักเรียนหญิง 14.8% ลดลงจากสถิติเมื่อปี 2560 ที่ 3.5 จุด และ 5.3 จุด ตามลำดับ
นายยูซึเกะ ฮายาชิ ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยมูซาชิ ให้เหตุผลว่า การปิดโรงเรียน และการจำกัดการสัมผัสทางกายในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 เกิดขึ้นในช่วงวัยที่เด็กเหล่านี้เริ่มสนใจเรื่องเพศ
อย่างไรก็ตาม จำนวนวัยรุ่นที่ยอมรับว่าสำเร็จความใคร่ในทุกช่วงวัย มีจำนวนสูงเป็นประวัติการณ์
ก่อนหน้านี้ การสำรวจเมื่อต้นปีพบว่า คู่แต่งงานเกือบครึ่งหนึ่ง ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กัน ท่ามกลางความกดดันที่เพิ่มขึ้นจากอัตราการเกิดที่ต่ำ ซึ่งนักวิจัยบางคนเตือนว่า ประชาการอาจลดลงเหลือต่ำกว่า 53 ล้านคน ภายในสิ้นศตวรรษนี้ จาก 125 ล้านคนในปัจจุบัน
สาเหตุหลักมาจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น, ผู้หญิงจำนวนมากเลือกการศึกษาและทำงาน และการเข้าถึงการคุมกำเนิดมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดส่งผลให้ผู้หญิงเลือกที่จะมีลูกน้อยลง.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



