เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 ก.พ. 2568 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ขณะนี้ สส.พรรคเพื่อไทย เข้าชื่อในญัตติเกิน 40 คน และจะขออนุมัติในที่ประชุม สส.พรรควันนี้ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็น ว่า รัฐสภามีอำนาจวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนหรือไม่ โดยไม่ต้องทําประชามติก่อน ซึ่งแตกต่างจากญัตติที่ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. เสนอ ทั้งนี้ คาดว่าจะเสนอให้ประธานรัฐสภา เพื่อบรรจุเข้าระเบียบวาระในวันพรุ่งนี้ (19 ก.พ. 2568) 

นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นประธานรัฐสภาจะเรียกประชุมร่วม เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่ง สส.พรรคเพื่อไทย จะเสนอเลื่อนญัตตินี้ขึ้นมาพิจารณาก่อน ต้องดูว่าที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบหรือไม่ ทั้งนี้ ยืนยันว่า การจัดส่งญัตติดังกล่าวไปให้ศาลได้นั้น ต้องบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมสภา ตามข้อบังคับที่ 31 ส่วนสาเหตุที่ไม่ใช้ญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์ นั้น เพื่อทำให้เห็นว่ามีความแตกต่าง ตัวของพรรคเพื่อไทยแตกต่างกันตรงที่ เราถามฟันธง แต่ของ นพ.เปรมศักดิ์ ถามถึงอนาคตด้วย

เมื่อถามอีกว่าหากสุดท้ายศาลไม่รับพิจารณาเหมือนตอนที่พรรคเพื่อไทยเคยเสนอ จะต้องทำประชามติ 3 ครั้งหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นคงไม่มีทางอื่น แต่ก็ต้องดูว่าศาลไม่รับวินิจฉัยเพราะอะไร

เมื่อถามต่อว่าหากศาลวินิจฉัยให้ทำประชามติ 3 ครั้ง ประธานรัฐสภาที่บรรจุร่าง และ สส. ที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะมีความผิดสำเร็จหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า มองว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของสภา เพราะเราดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ คือ 1.เข้าชื่อถูกต้อง 2.เสนอแก้ไขมาตรา 256 3.ไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ รวมถึงไม่ได้ล้มล้างการปกครอง ซึ่งที่ผ่านมา มีการใช้แนวทางอื่นเป็นเครื่องมือทางการเมืองมาหํ่าหั่นกัน เรียกว่านิติสงคราม หรืออย่างที่ตนเคยพูดว่า หาเรื่องโดยใช่เหตุ อยู่ดีๆ เรามีอำนาจ ก็ชอบไปร้องกัน ติดนิสัยกันมา

เมื่อถามอีกว่าหากศาลรับวินิจฉัยญัตติของพรรคเพื่อไทย และเป็นคุณ คิดว่าเป้าหมายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะหวังถึงขนาดไหน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ตนก็อยากให้เสร็จทั้งฉบับ เพื่อที่เราจะได้มีรัฐธรรมนูญใหม่เสียที หรือถ้าไม่ทัน ขั้นตํ่าที่สุดก็อยากให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)