เมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ให้ความเห็นกรณี นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ให้สัมภาษณ์เห็นด้วยกับโครงการเอ็นเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แต่ไม่เห็นด้วยกับการให้มี ”กาสิโน” ซึ่งไม่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต การสัมภาษณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในงาน Thailand Sustainable Tourism Conference 2025 หรือ TSTC 2025 ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานและบรรยายพิเศษในหัวข้อ การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา

ซึ่งการที่นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต แสดงความเห็นกับสื่อมวลชนต่อสาธารณะดังกล่าว ในขณะที่นายกรัฐมนตรี เปิดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่จังหวัดภูเก็ต นับว่ากล้าหาญและเป็นมืออาชีพ ต้องขอชื่นชมไว้ และสะท้อนข้อเท็จจริงว่า การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนยังไม่ทั่วถึง ไม่รอบด้านครอบคลุมทุกมิติ เป็นข้อมูลสำคัญประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ที่รัฐบาลจะเสนอต่อสภา พิจารณาในเร็วๆ นี้

ตนหวังที่จะเห็นปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในการพิจารณาร่างกฎหมาย คือ รัฐบาลถอนหรือไม่นำเข้าพิจารณาในสภา หรือหากเสนอเข้าพิจารณาในสภาก็ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา ซึ่งเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง เพราะสมประโยชน์ด้วยกันในพรรคร่วมรัฐบาล เว้นแต่เกิดปาฏิหาริย์ เกิดการเปลี่ยนใจกะทันหันของบรรดา สส. ที่คิดถึงปัญหาสังคม และปัญหาอาชญากรรมที่จะเกิดแก่ประชาชนและประเทศชาติตามมา

อย่างไรก็ตามก่อนจะถึงวาระการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ขอโอกาสอีกครั้งที่จะยกตัวอย่างคำเตือนของบุคคลสำคัญระดับโลกที่ไม่เห็นด้วยกับกาสิโนในห้วงเวลาต่างยุค ต่างสมัยกัน คือ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เตือนและแนะนำ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในห้วงเวลาที่ไปเยือนประเทศจีน ระหว่างวันที่ 5-8 ก.พ. โดยได้ส่งสัญญาณเตือนว่า “หากไทยเดินหน้ากาสิโนในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ อาจนำไปสู่ปัญหาต่างๆ มากมาย“

นอกจากนี้ ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวต่อสาธารณะไว้อย่างน่าชื่นชมว่า “เงินจากการพนัน ไม่มีความสำคัญกับเศรษฐกิจของประเทศจีน” การใช้นโยบายรัฐเพื่อหวังรายได้จากประชาชนผ่านการพนันนั้น เป็นนโยบายที่สิ้นคิด

ดังนั้นเมื่อจีนเตือนแล้ว รัฐบาลไทยไม่รับฟัง หากต่อไปประเทศจีนไม่ส่ง หรือลดจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะมาประเทศไทยลง เพราะเกรงว่าจะเข้ามาเล่นการพนัน มาฟอกเงิน หายนะก็จะมาสู่ประเทศไทย เพราะปัจจุบันเครื่องยนต์หลักทางด้านเศรษฐกิจที่นำรายได้เข้าประเทศ คือ การท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวหลัก คือ จีน รัฐบาลหรือนายกฯ จะรับไหวหรือไม่ หากนักท่องเที่ยวจากจีนจะลดลงด้วยเหตุผลดังกล่าว ทั้งนี้ดูได้จากนโยบายของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ประกาศต่อสาธารณะดังกล่าว ทั้งการเตือน แนะนำนายกฯ ไทย ทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งการเริ่มปรับนโยบาย “กาสิโน” ใน “มาเก๊า” ที่แต่ก่อนเป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกส ที่หารายได้จากการพนัน ปรับเปลี่ยนไปสู่การพัฒนาในยุคใหม่ที่ทันสมัย

ทั้งนี้ หากรัฐบาลเห็นว่าต้องการหารายได้จากคนไทยที่เข้าไปเล่นการพนันในกาสิโน ก็นับว่ารัฐบาลคิดหารายได้โดยไม่คำนึงถึงปัญหาสังคม ปัญหาอาชญากรรม ที่ตามมามากมาย ซึ่งต่อไปประเทศไทยจะมีทั้ง “ผียาเสพติด” และ “ผีพนัน” เต็มบ้านเต็มเมือง จนยากที่จะสร้างความสงบ ร่มเย็น ให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง

ในท้ายที่สุดนี้ ด้วยเจตนาสุจริตของตนที่ประสงค์ดีต่อประชาชนและประเทศชาติ โดยได้ยกเหตุผล ซึ่งเปรียบเสมือนยกแม่น้ำทั้งห้าให้ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งได้แก่ รัฐบาล อันประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี ตลอดจนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากทุกพรรคการเมือง ได้ทบทวนถึงผลดี ผลเสีย ต่อการมีกาสิโนและพนันออนไลน์ถูกกฎหมายผ่านร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งจะมีการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรเร็วๆ นี้ หาก สส. ไม่เห็นชอบ หรือรัฐบาลถอนร่างกฎหมาย ก็ถือว่าคนไทยโชคดี แต่ถ้าเสียงส่วนใหญ่ของ สส. เห็นชอบ ก็ตัวใครตัวมัน