เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 3 เม.ย.68 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนนราษฎร  ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เป็นประธานการประชุม หลังการผ่านพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ลักษณะการปกครองท้องที่ (ฉบับที่…) พ.ศ… ที่กำหนดไว้ในระเบียบวาระแล้วเสร็จ

นายณัฐพงษ์  เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ  หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา  เรื่อง ขอให้สภาฯ พิจารณามาตรการในการจัดการผลกระทบจากแผ่นดินไหวอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการต่อไป ซึ่งมีผู้รับรองถูกต้อง

จากนั้นนายอนุสณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ลุกเสนอขอเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระ โดยขอเลื่อนร่างพระราชบัญญัติ จำนวน 5 ฉบับ ขึ้นมาพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป คือ 1.ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ… เป็นลำดับแรก ต่อด้วย 2. ร่างพ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข เสนอโดย นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมร พรรครวมไทยสร้างชาติ 3.ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เสนอโดย นายปรีดา บุญเพลิง สส.พรรคกล้าธรรม กับคณะ  4.ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ… เสนอโดยนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กับคณะ  และ5. ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ… เสนอโดย น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 36,723 คน และมีผู้รับรองถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็มาเดือดขึ้นมาทันทีเป็นการโต้แย้งระหว่างกันของพรรคฝ่ายค้าน กับฝ่ายรัฐบาล ถึงการเรียงลำดับการพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง ฝ่ายค้านต้องการให้เดินหน้าพิจารณาญัตติด่วนประเด็นแผ่นดินไหว เนื่องจากเป็นผู้ที่เสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและมีผู้รับรองได้ก่อนการเสนอขอเปลี่ยนระเบียบวาระของพรรคเพื่อไทย 

ทั้งนี้ช่วงหนึ่งของการอภิปราย ของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การแย่งชิงจังหวะแบบนี้เท่ากับบังคับให้ซีกนี้ต้องยอม หากไม่ยอมจะถูกมองว่าไม่ให้ความสำคัญเรื่องแผ่นดินไหว ซึ่งตนมองว่าวิธีการนี้ไม่สง่างาม ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ความจำเป็นของรัฐบาลต่อการนำกฎหมายนโยบายเข้าเป็นเรื่องของเสียงข้างมาก เสนอให้ใช้การโหวตว่าจะเอาญัตติใดขึ้นก่อน ซึ่งเป็นแค่การเรียงและจัดลำดับ ในสภาฯแห่งนี้ไม่มีอะไรที่ถูกที่สุด เสียงข้างมากถูกที่สุด

ทำให้นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า “กรณีทที่ถือเอาเสียงข้างมากนั้นไม่เป็นผลดีต่อระบอบประชาธิปไตย”

อย่างไรก็ตาม ได้มี สส.พรรคร่วมรัฐบาล พยายามประนีประนอมโดยให้สภาฯ ผ่านการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระก่อน เพราะใช้เวลาไม่นาน และต่อด้วยการพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาแต่ไม่เป็นผลการถกเถียงยังคงดำเนินต่อไปจนทำให้นายภราดร สั่งพักการประชุมทัน

และหลังจากที่พักการประชุมเกือบ 40 นาที นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร สลับขึ้นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้แจ้งว่าญัตติทั้ง 2 ที่เสนอมีความจำเป็นทั้งคู่ ซึ่งยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณา จึงขอที่ประชุมพิจารณาอีกครั้ง

ทั้งนี้ นพ.ชลน่าน ชี้แจงว่า ญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระที่เป็นกฎหมายตามข้อบังคับจะมีผลในครั้งถัดไป จึงใช้เวลาไม่เยอะ ประมาณ 10 นาที จากนั้นจะได้พิจารณาญัตติของผู้นำฝ่ายค้านที่เป็นเรื่องสำคัญของประชาชนต่อไป

โดยนายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า หากขอถอนญัตติใดออกไปก่อนจะไม่ต้องลงมติ ซึ่งหากถอนญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระออกไปเพื่อให้ญัตติด่วนเรื่องแผ่นดินไหวก่อน และเมื่อพิจารณาเสร็จจึงเสนอญัตติเลื่อนระเบียบวาระ ทำให้ นพ.ชลน่าน แย้งว่า “ต้องให้มีการลงมติเพื่อตัดสินในเรื่องดังกล่าว

ซึ่งนายปกรณ์วุฒิ อภิปรายว่า ขณะนี้มี 2 ญัตติ หากขอให้ลงมติจะเป็นไปตามข้อบังคับข้อใด แต่หากมีการเสนอญัตติที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินอีกจะลงมติอย่างไร และจะทำให้ญัตติตกไปหรือไม่ ดังนั้นขอให้ยึดขั้นตอน คือ เมื่อผู้นำฝ่ายค้านเสนอญัตติ ประธานสภาฯต้องถามว่ามีใครเห็นเป็นอื่นหรือไม่ ซึ่งวิธีการตอนนี้ คือให้นายอนุสรณ์ ถอนญัตติเพื่อให้ประธานสภาฯ ทำให้เป็นไปตามข้อบังคับ ขณะที่ สส.พรรคประชาชน เสนอให้สภาฯ พิจารณาญัตติเรื่องแผ่นดินไหวก่อน ส่วนญัตติเลื่อนระเบียบวาระให้ทำทีหลัง

ซึ่งที่ประชุมยังคงถกเถียง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยไม่ยอมถอนญัตติและขอให้สภาฯ ตัดสินด้วยการโหวต ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล สนับสนุนให้พิจารณาเรื่องเลื่อนระเบียบวาระก่อน เพราะใช้เวลา 5 นาที และต่อด้วยญัตติด่วนเรื่องแผ่นดินไหว ซึ่งบรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างวุ่นวาย

ทำให้ นายวันมูหะมัดนอร์ ชิงวินิจฉัยให้ลงมติเพื่อตัดสินทันทีว่าไม่สามารถลงมติได้ เนื่องจากว่า สส.พรรคประชาชน ยังประท้วงและพาดพิงการอภิปรายของ สส.พรรครัฐบาล รวมถึงประท้วงการทำหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร จนทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ ต้องลุกขึ้นยืนเพื่อสงบความขัดแย้งในห้องประชุมพร้อมกับเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาเข้ามาควบคุมความสงบ

ทั้งนี้นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า “ผมรู้ความประสงค์เป็นอย่างไร เพื่อไม่ให้ มีการลงมติเกิดขึ้น ซึ่งการประชุมสภาฯ ต้องใจเย็นๆและพูดจากเพื่อให้การเดินหน้าประชุมทำได้”  จากนั้นได้ให้ที่ประชุมลงมติตัดสิน โดยเสียงข้างมาก 252 เสียงเห็นด้วยกับการเสนอญัตติของสส.นายอนุสรณ์ ขณะที่ 143 เสียง หนุนการเสนอญัตติของผู้นำฝ่ายค้าน

จากนั้นได้ให้นายอนุสรณ์เสนอญัตติซ้ำอีกครั้ง.