ต่างจากประเทศในยุโรป ที่ให้ความสำคัญกับงานฝีมือ งานช่าง เป็นงานที่อาศัยความชำนาญพิเศษ ที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ สินค้าทำมือที่เรียกว่า Hand Made มีราคาแพงกว่าสินค้าอุตสาหกรรม และวิชาชีพช่าง เป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีอนาคต ชาวยุโรปส่วนใหญ่จึงมักเลือกเรียนอาชีวะ (Technical School) มากกว่ามหาวิทยาลัย (University)
ในบ้านเราคนรุ่นใหม่หันมาเรียนสายวิชาชีพมากขึ้น และอาชีวะของเราในปัจจุบันยังเรียนด้วยระบบทวิภาคี เรียนทั้งในสถานศึกษา และฝึกงานในสถานประกอบการจริง ถ้าตั้งใจจริง เป็นเด็กดี มักจะได้งานเกือบ 100% น้อง ๆ หาเงินได้ตั้งแต่เรียน ในช่วงฝึกงานในสถานประกอบการ แต่ในระบบอาชีวะ ยังมีปัญหาเรื่องความรุนแรง การตีกันอยู่เป็นนิจในสถานศึกษาชื่อดัง เป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก และทำให้ผู้ปกครองไม่อยากส่งลูกหลานไปเรียน

ปัจจุบันสถานประกอบการมักจะมองหาคนดี ก่อนคนเก่ง เพราะคิดว่าคนเก่ง แต่เป็นคนไม่ดีเปลี่ยนนิสัยยาก ส่วนคนดี มีระเบียบวินัย มีความอดทน นำมาฝึกใหม่ให้เก่งได้ แต่ถ้ามีสถานศึกษาใดผลิตคนดี ที่เป็นคนเก่งด้วยแล้ว น่าจะตอบโจทย์ตลาดแรงงาน
ผมมีโอกาสได้มาเยี่ยมชม “โรงเรียนพระดาบส” ที่เป็นโรงเรียนต้นแบบผลิตคนดี ที่เป็นคนเก่ง ได้พูดคุยกับผู้บริหาร ครูอาจารย์ และนักเรียน เพราะที่นี่ให้ความสำคัญกับการพัฒนานักเรียน ให้เป็นคนดีก่อน แล้วจึงสอนทักษะอาชีพให้ เด็ก ๆ ที่นี่เป็นเด็กที่ด้อยโอกาส ยากจน ไม่สามารถไปเรียนตามโรงเรียนที่ต้องมีวุฒิ มีคะแนนเก็บที่เป็นระบบ เด็ก ๆ เหล่านี้ช่วยพ่อแม่ทำงาน ชีวิตไม่แน่นอน เร่ร่อน ต้องเรียนนอกระบบ แต่น้อง ๆ อยากเรียน อยากมีอาชีพ อยากมีงานทำ ที่นี่นอกจากสัมภาษณ์เด็กแล้ว ยังสัมภาษณ์ผู้ปกครองด้วย ว่ามีทัศนคติอย่างไร มีความยากลำบากแค่ไหน และมีความตั้งใจจริงหรือไม่ เนื่องจากที่เรียนมีจำกัด เป็นโรงเรียนประจำ ต้องคัดเด็ก ๆ ที่เดือดร้อนยากจน และอยากเรียนจริง ๆ

การเรียนการสอนส่วนใหญ่เป็นวิชาช่าง เป็นอาชีพที่เราขาดแคลนช่างฝีมือ โดยช่วงแรกน้อง ๆ จะเรียนช่างสาขาต่าง ๆ อย่างน้อยมีทักษะ “สารพัดช่าง” แล้วพอรู้ว่าตัวเองสนใจช่างอะไร ก็จะเจาะลึกฝึกในสาขานั้นให้เชี่ยวชาญ มีทั้ง ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างซ่อมบำรุง ช่างเชื่อม ช่างไม้เครื่องเรือน หรือช่างสาขาเกษตรพอเพียง ทราบว่าน้อง ๆ มีบริษัท ต่าง ๆ มาจองตัวตั้งแต่ยังไม่จบ และบางคนตั้งใจจะไปเปิดกิจการสารพัดช่างของตัวเอง
อีกสาขาหนึ่ง ที่เป็นสาขายอดนิยม มีผู้ประกอบการมาจองคิวยาวเหยียด นั่นคือ สาขา “เคหะบริบาล” ที่ผลิตผู้ดูแลเด็ก ดูแลผู้สูงอายุ มีทักษะพยาบาลสามารถดูแลผู้ป่วยได้ มีทักษะการต้อนรับ บาง ส่วนถูกจองตัวไปทำงานในโรงแรม สปาและธุรกิจเวลเนส ที่ กำลังขาดคน น้อง ๆ ในหลักสูตรนี้ทราบว่าจบไปมีรายได้ดีมาก เพราะมีคุณลักษณะของคนดี มีวินัย เป็นการันตี ผู้ว่าจ้างจึงไว้ใจให้ดูแล ลูกหลาน บิดามารดา ได้อย่างมั่นใจ
“โรงเรียนพระดาบส” เริ่มโครงการราวปี พ.ศ. 2518 จากพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตอนหนึ่งที่ว่า “ขณะนี้ยังมีบุคคลอีกเป็นจำนวนมาก มีศรัทธาขวนขวายหาความรู้เป็นวิชาชีพใส่ตน แต่ประสบปัญหา ไม่มีความรู้พื้นฐาน และไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาวิชาชีพระดับต่าง ๆ ได้ หากมีช่องทางช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ ให้มีความรู้วิชาชีพที่เขาปรารถนา ย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติได้” โรงเรียนพระดาบสจึงเริ่มขึ้น และพัฒนาต่อมาเรื่อย ๆ จนได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิในปี พ.ศ. 2533 และต่อยอดขยายผลเกิด “โรงเรียนลูกพระดาบส” ที่เปิดสอนหลักสูตรระยะสั้นเพื่อประกอบอาชีพเช่น ฝึกบาริสตาชงกาแฟ ทำเบเกอรี่ ปลูกพืชทำสลัด ฝึกบริการนวดสปา เป็นต้น และปัจจุบันยังพัฒนาความร่วมมือกับอาชีวศึกษาเพื่อต่อยอด และประยุกต์หลักสูตรสร้างคนดี ก่อนสอนคนให้เก่ง ไปยังวิทยาลัยอาชีวะต่าง ๆ ที่มี MOU
เมื่อตลาดแรงงานต้องการคนดี มีวินัย มีความอดทน มีความเพียรพยายาม มีจิตอาสา มีความพอเพียง เป็นคนดีที่ มาพร้อมกับความเก่ง ความชำนาญ ด้วยทักษะฝีมือ “มูลนิธิพระดาบส” คือนวัตกรรมสถานศึกษาต้นแบบที่น่าภาคภูมิใจ สนใจหลักสูตรต่าง ๆ หรือให้การสนับสนุน ได้ที่ www.phradabos.or.th








