ทำให้ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ต้องขึ้นมารับหน้าที่ หัวหน้าพรรคประชาชน ขัดตาทัพไปพราง เพราะยังคงมีนิติสงครามตามไล่ล่า โดยเฉพาะคดี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล เข้าชื่อแก้กฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นการขัดจริยธรรมหรือไม่ ที่อาจทำให้ สส.เลือดส้มแท้ดั้งเดิมตั้งแต่ยุค พรรคอนาคตใหม่ สูญพันธุ์จากสภาได้
แม้ตอนนี้พรรคประชาชนเริ่มตั้งหลักได้ มี สส.เลือดใหม่ ไม่ว่าจะเป็น “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก “แบงค์” ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ “กู๊ดดี้” ชยพล สท้อนดี สส.กทม. “เนม” สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ขึ้นมาโชว์ฝีไม้ลายมือตรวจสอบโครงการต่างๆ ของรัฐบาลและหน่วยงานราชการที่ส่อไปในทางทุจริตไม่โปร่งใสรัวๆ ตุนกระแสนิยมเตรียมผงาดเข้าสู่สงครามครั้งใหม่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ตั้งแต่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา การเกาะติดความไม่โปร่งใสของกองทุนประกันสังคม ข้อพิรุธในการก่อสร้างตึก สตง. และอาคารมูลค่าหลายพันล้านของรัฐอื่นๆ รวมทั้งการตรวจสอบกองทัพ เป็นต้น
ล่าสุด “สส.เล็ก” ญาณธิชา บัวเผื่อน สส.จันทบุรี พรรคประชาชน เจ้าของพื้นที่ ยังนำทีมเข้าพบ “นายกฯ อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระหว่างลงพื้นที่ จ.จันทบุรี เพื่อนำเสนอปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนผลไม้ในพื้นที่ รวมทั้งปัญหาช้างป่า
เป็นการเดินเกมรุก เก็บแต้มคะแนนนิยมไว้สำหรับชาวคณะส้มในการเลือกตั้งรอบหน้า ซึ่งใคร ๆ ก็ประเมินกันว่าไม่น่าจะเกินต้นปีหน้า เพราะจับชีพจรรัฐบาล “แพทองธาร” แล้วเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ เนื่องจากมีการขบเหลี่ยมปีนเกลียวกับพรรคภูมิใจไทยมาตลอด จนคาดว่าใกล้ถึงจุดแตกหักในสงคราม “คดีฮั้วเลือก สว.” ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหา สว.ชุดแรกแล้วจำนวน 60 ราย ที่ต้องเข้าแก้ข้อกล่าวหาต่อ กกต. ในวันที่ 19 พ.ค. นี้
แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งเบรกการทำหน้าที่ของ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” รมว.ยุติธรรม ในการกำกับดูแลกรมสวบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่กระบวนการตรวจสอบทั้งหมดก็ยังคงเดินต่อไป ซึ่งต้องจับตาว่าสุดท้ายผลจะออกมาอย่างไร และจะสาวเส้นทางฮั้วไปถึงพรรคการเมืองที่อยู่เบื้องหลังได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพรรคประชาชนเองก็ยังคงเจอวิกฤติไม่หยุดหย่อน ที่สำคัญคือประเด็น “กองทัพงูเห่า” ซึ่งแสดงตนออกมาแล้ว 1 ราย คือ “สส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์” สส.ชลบุรี เขต 6 พรรคประชาชน ที่ประกาศตัวพลีชีพทางการเมืองย้ายค่ายไปอยู่กับ “พรรคกล้าธรรม” อ้างอึดอัดทนร่วมงานกับพรรคไม่ไหว พร้อมขอให้พรรคมีมติขับออก เพราะไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นงูเห่าหากยังมีชื่ออยู่ในพรรคประชาชน ท่ามกลางคำครหาผลตอบแทนเป็นตัวเลขสูงลิ่ว

ขณะที่ “หัวหน้าเท้ง” ไม่รับคำขอ แต่งัดยุทธวิธีดองเค็มงูเห่ามาใช้อีกครั้ง พร้อมปรับกลยุทธ์ทุบหลังงูเห่าส่ง กกต. และองค์กรอิสระตีความว่าหนังสือขอยุติบทบาทและกิจกรรมร่วมกับพรรคประชาชนของ “สส.กฤษฎิ์” เท่ากับเป็นการลาออก อันจะทำให้พ้นสภาพ สส. หรือไม่ แต่ “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” รมว.เกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ประกาศขยี้ซ้ำว่า นอกจาก “สส.กฤษฎิ์” แล้ว ยังมีอีกเป็นสิบคนที่จะมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม
ในภาวะที่ พรรคประชาชน มีสึนามึลูกใหญ่ในเรื่องคดี 44 สส. รออยู่เบื้องหน้า สุดท้ายงานนี้ก็คงต้องวัดว่าระหว่าง สส. ที่ยึด อุดมการณ์ กับ อุดมกิน ประชาชนจะเลือกอยู่ข้างใคร.



