เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 2 ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วงเงิน 3,780,600 ล้านบาท วาระแรก เป็นวันที่สาม

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวอภิปรายในรายจ่ายประจำปี 2569 วาระสวัสดิการสังคม ที่อยู่ในสัดส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในการดูแลชีวิตของประชาชน ตลอดจนความเป็นอยู่ของประชาชนตั้งแต่แรกเกิดจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต ซึ่งยังขาดการดูแลจากภาครัฐ ที่ผ่านมารัฐบาลมีการโฆษณาชวนเชื่อ ให้ความหวังประชาชนขายฝันรายวันนับครั้งไม่ถ้วน โดยยังไม่มีผลงานใดๆ ในงบประมาณปี 2569 ที่จะมาดูแลประชาชน โดยเฉพาะการเพิ่มเบี้ยยังชีพให้กลุ่มเปราะบาง ทั้ง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ตามที่ ครม. ได้เห็นชอบในหลักการ เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2567

นายณัฐชา กล่าวว่า ครม. เห็นชอบในหลักการการเพิ่มเบี้ยยังชีพตั้งแต่ครรภ์อายุ 4 เดือน-อายุ 6 ปี เมื่อประชาชนรับทราบก็ไปเตรียมความพร้อม จนตอนนี้ตั้งท้องกันหลายคน คาดว่าภายใน 4 เดือน ในเดือน ต.ค. นี้ จะได้รับเงินช่วยเหลือจากทางภาครัฐ แต่ดูสัญญาณท่าทีแล้ว ก็ดูจะคว้าน้ำเหลวต่อไป ส่วนการปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันได แม้จะขึ้นมาเพียงน้อยนิด แต่นับว่าเป็นก้าวสำคัญที่กลุ่มผู้สูงอายุจะได้รับเบี้ยยังชีพที่สูงเพิ่มขึ้น เพื่อประทังชีวิตให้รอดความตายรายวัน ส่วนเบี้ยคนพิการ จาก 800 เป็น 1,000 บาท แบบถ้วนหน้า โดยเพิ่มขึ้นมา 200 บาท แม้เราจะไม่เห็นด้วยในจำนวน แต่อย่างน้อยก็ได้เพิ่มขึ้น

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า การเพิ่มเบี้ยยังชีพในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ตนที่ดีใจ แต่ว่า สส. พรรครัฐบาล ต่างก็ดีใจแจ้งข่าวประชาชน ซึ่งลุงป้าน้าอา ตั้งท่าเฮมาได้ 6 เดือน ต้องฝันสลาย ครม. ไฟเขียวแล้ว แต่ไฟเขียวท่าไหน วันนี้ติดไฟแดง ซึ่งเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ร้อนของประชาชน เป็นคำโฆษณาชวนเชื่อที่เชื่อถือไม่ได้ แต่สุดท้ายเราก็มองหาคนรับผิดชอบ เมืองนี้เราอยู่กับผู้นำประเทศ นายกฯ สแกมเมอร์หรืออย่างไร เพราะสิ่งที่พูดมา กับสิ่งที่ท่านทำมา กลับไม่เป็นผล

“มีการตั้งคำของบประมาณมาแล้วเต็มจำนวน รัฐมนตรีลงนามเห็นชอบแล้ว ส่วน ครม. ก็รับทราบไปแล้ว แล้วกระบวนการเหลืออะไร เหลือเพียงการพยักหน้าจากท่านนายกฯ เหรอ หาก ครม. ชุดนี้มีความพยายามได้เศษเสี้ยวของความพยายามสู้เพื่อกลุ่มนายทุน ที่จะทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แม้เงินไม่มี ก็พยายามหาอย่างสุดใจ แต่โครงการเพิ่มเบี้ยยังชีพมีโครงการพร้อมแล้ว ขาดเพียงความจริงใจจากนายกรัฐมนตรี” นายณัฐชา กล่าว

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า ขอเสนอทางออก 1.ให้ออกมติ ครม. รับรองไว้ และ 2. หาเงินใส่เต็มจำนวนให้ได้ ในข้อที่ 2 นั้น ขอกราบวิงวอนเพื่อนสมาชิกแห่งนี้ ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ร่วมกันทำ เพราะนี่คือหน้าที่ครั้งยิ่งใหญ่ ในฐานะตัวแทนของประชาชนที่เลือกเรามา ทำหน้าที่ช่วยกันตัดงบประมาณในชั้นกรรมาธิการให้มากที่สุด เพื่อนำมาดูแลชีวิตของลูกหลานพี่ป้าน้าอา ต้องการเพียง 38,548 ล้านบาท จะทำให้เด็กไม่ต้องถูกตกหล่น ผู้สูงอายุจะได้ขยับเขยื้อนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ด้าน นายวราวุฒิ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ขอบคุณสมาชิกที่ช่วยทวงเงิน เด็ก ผู้พิการ และผู้สูงอายุ เราได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ตอนนี้รอเงินอย่างเดียว.