เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2568 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และอดีต รมว.คลัง แสดงความกังวลต่อกรณีที่สหรัฐอเมริกา ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยในอัตราสูงถึงร้อยละ 36 ว่า มาตรการดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่ได้รับสิทธิภาษีที่ดีกว่า ซึ่งอาจทำให้ไทยสูญเสียโอกาสในการดึงดูดนักลงทุนและกระทบเศรษฐกิจระยะยาว สิ่งที่น่าห่วงยิ่งกว่าคือความไม่ชัดเจนของรัฐบาลในการเจรจากับสหรัฐ เพราะก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีคลังเพิ่งปฏิเสธข่าวลือเรื่องการขึ้นภาษี พร้อมให้ความหวังว่าจะเคลียร์ปัญหาได้ภายในวันที่ 9 ก.ค. นี้ แต่กลับมีหนังสือจากสหรัฐลงวันที่ 6 ก.ค. นี้ ยืนยันมาตรการจัดเก็บภาษีอย่างเป็นทางการแล้ว สร้างความสับสนทั้งต่อประชาชนและภาคธุรกิจ พรรคพลังประชารัฐเห็นว่ารัฐบาลควรเปิดเผยข้อมูลการเจรจาอย่างตรงไปตรงมา เพราะเรื่องนี้ไม่ได้กระทบแค่การค้าระหว่างประเทศ แต่เชื่อมโยงถึงนโยบายอุตสาหกรรม การลงทุน และโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ 

นายธีระชัย ยังตั้งข้อสังเกตว่า ไทยยังใช้แนวทางเจรจาแบบเดิม เช่น การเสนอซื้อสินค้าแลกเปลี่ยน ซึ่งไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ต้องการแสดงผลสำเร็จ นโยบายกีดกันทางการค้า เช่น เวียดนามที่สามารถเสนอลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ทรัมป์นำไปใช้เป็นเครดิตทางการเมืองได้ จึงเสนอว่าไทยอาจต้องเจรจาลดภาษีนำเข้าสหรัฐลงเป็นศูนย์บางรายการ พร้อมเร่งรื้อโครงสร้างผูกขาดภายในประเทศ เช่น กลุ่มสินค้าอาหารสัตว์ เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยอยู่รอด ไม่ใช่เปิดช่องให้ทุนใหญ่ผูกขาดเพียงฝ่ายเดียว 

“พรรคพลังประชารัฐขอเน้นย้ำว่า รัฐบาลต้องเร่งกำหนดจุดยืนอย่างชัดเจน ใช้เวลาที่เหลือก่อนวันที่ 1 ส.ค. นี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ซึ่งความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ต้องตั้งอยู่บนหลักความโปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน ไม่ใช่แค่การอ้างความลับเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” อดีต รมว.คลัง กล่าว.