สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ว่า นอกจากการลดอัตราการเสียชีวิต งานศึกษายังเชื่อว่า วัคซีนฉุกเฉินช่วยป้องกันการติดเชื้อในระดับที่คล้ายคลึงกัน และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมูลค่าประมาณหลายพันล้านยูโร

องค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีน (กาวี) ซึ่งสนับสนุนงานศึกษาดังกล่าว ระบุว่า หน่วยงานร่วมมือกับนักวิจัยจากสถาบันเบอร์เนต ในออสเตรเลีย เพื่อทำให้เห็นถึงผลกระทบทางประวัติศาสตร์ของความพยายามในการสร้างภูมิคุ้นกันฉุกเฉิน ที่มีต่อสาธารณสุขและความมั่นคงด้านสุขภาพทั่วโลก “เป็นครั้งแรกของโลก”

“นี่เป็นครั้งแรกที่เราสามารถประเมินประโยชน์ได้อย่างครอบคลุม ทั้งในด้านมนุษย์และเศรษฐกิจ ของการใช้วัคซีนเพื่อต่อสู้กับการระบาดของโรคติดเชื้อที่ร้ายแรงที่สุดบางโรค ซึ่งงานศึกษาชิ้นนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงพลังของวัคซีน ในฐานะมาตรการรับมือที่คุ้มทุนต่อความเสี่ยงที่โลกเผชิญมากขึ้นจากการระบาด” นายซาเนีย นิชตาร์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของกาวี กล่าวในแถลงการณ์

ทั้งนี้ งานศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารการแพทย์ “บริติช เมดิคอล เจอร์นัล (บีเอ็มเจ) โกลบอล เฮลท์” สัปดาห์นี้ ตรวจสอบการระบาดของโรคติดเชื้อ 5 โรค ได้แก่ อหิวาตกโรค อีโบลา โรคหัด โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และโรคไข้เหลือง ในประเทศที่มีรายได้ต่ำ 49 ประเทศ ระหว่างปี 2543-2566

การแจกจ่ายวัคซีนในประเทศเหล่านี้มีผลกระทบอย่างมาก โดยงานศึกษาเผยให้เห็นว่า วัคซีนฉุกเฉินช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากทั้งห้าโรค เกือบ 60% รวมถึงลดภัยคุกคามจากการระบาดที่ขยายวงกว้างได้อย่างมีนัยสำคัญ และทำให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมูลค่าเกือบ 32,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.03 ล้านล้านบาท).

เครดิตภาพ : AFP