เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยประเด็นการทำประชามติเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวนกี่ครั้ง ในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ว่า หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าต้องทำประชามติ 2 ครั้ง ก็หมายความว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย โดยมีสาระสำคัญที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 200 คน กระจายตามจำนวนประชากร และพรรคประชาชน ที่ค้างอยู่ในรัฐสภา ก็สามารถเดินต่อไปได้เลย เพราะประธานรัฐสภา สั่งบรรจุวาระแล้ว และเดินหน้าต่อไปเลยจนถึงโหวตวาระ 3 ทั้งนี้ระหว่างการพิจารณาต้องดูเกณฑ์เรื่องเสียงของ สว.ต้องเห็นชอบเป็นจำนวน 1 ใน 3 จึงจะสำเร็จได้ ดังนั้นเราต้องไปทำการบ้าน
เมื่อถามว่า ความคาดหวังของรัฐบาล หากศาลรัฐธรรมนูญบอกให้ทำ 2 ครั้ง เป้าหมายอยากให้สำเร็จถึงขั้นตอนไหน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า มีอยู่เงื่อนไขหนึ่งว่า สว.จะเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งวันที่ 21 ก.ค. ตนได้กระทู้เรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมวุฒิสภา และได้บอกขอความกรุณาว่าเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาก็ต้องช่วยกันหน่อย อย่างไรก็ตามหากเรื่องนี้ไปต่อได้ การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 โดยจะมีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ และยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เข้าใจว่าอาจไม่ทันรัฐบาลชุดนี้ ตนจึงหวังว่าแม้จะไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ขอให้ตั้ง ส.ส.ร.ได้ ดังนั้นประการแรก คือ ต้องให้ สว.ลงมติเห็นชอบ และการทำประชามติครั้งแรกต้องผ่าน จึงสามารถตั้ง ส.ส.ร.ได้ แม้จะยุบสภา แต่ ส.ส.ร.ยังคงทำงานต่อได้ และเสนอรัฐธรรมนูญให้สภาชุดใหม่ดำเนินการต่อไปได้
นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า แต่หากศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าต้องทำประชามติจำนวน 3 ครั้ง ก็หมายความว่าเราต้องเริ่มใหม่ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวทั้ง 2 ร่างใช้ไม่ได้ ต้องทำประชามติถามประชาชนก่อนว่าจะมีการให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับใหม่หรือไม่



