สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ว่าสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (ซีซีทีวี) ระบุว่า เงินอุดหนุนทั่วประเทศมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ปีนี้ โดยอ้างอิงมติของพรรคคอมมิวนิสต์และคณะรัฐมนตรีจีน

นโยบายนี้มุ่งพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน ผ่านการให้เงินอุดหนุนโดยตรงแก่ครอบครัวทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดภาระในการเลี้ยงดูบุตร

เมื่อปีที่แล้ว อัตราการเกิดในจีนอยู่ที่เพียง 9.54 ล้านคน ลดลงครึ่งหนึ่งจากเมื่อปี 2559 ซึ่งมีการประกาศยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว ที่บังคับใช้มานานกว่า 30 ปี ขณะที่ตัวเลขประชากรเมื่อปี 2567 ลดลง 1.39 ล้านคน หลังสูญเสียตำแหน่ง “ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก” ให้กับอินเดีย เมื่อปี 2566

นอกจากนั้น อัตราการแต่งงานก็อยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ขณะที่คู่รักหนุ่มสาวหลายคู่เลื่อนการมีบุตรออกไป เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูที่สูง และความกังวลเกี่ยวกับอาชีพของตน

อย่างไรก็ตาม นายจื่อชุน หวง นักเศรษฐศาสตร์จีนจากแคปิตอล อีโคโนมิกส์ เตือนว่า เงินอุดหนุนเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถพลิกฟื้นวิกฤติต่าง ๆ ได้ เนื่องจากจำนวนเงินน้อยเกินกว่าจะส่งผลกระทบระยะสั้นต่ออัตราการเกิด หรือการบริโภค

เขาเสริมว่า นโยบายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการแจกจ่ายเงินโดยตรงให้กับครัวเรือน และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของเงินอุดหนุนเพิ่มเติมในอนาคต.

เครดิตภาพ : AFP