เมื่อวันที่ 29 ก.ค. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” ว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 06.00 น. พบว่า หลายพื้นที่ได้คลี่คลายลงแล้ว เหลือเพียง 4 จังหวัด ได้แก่ น่าน เชียงราย แพร่ และสุโขทัย ที่ยังคงมีสถานการณ์อยู่ ซึ่งโดยภาพรวมระดับน้ำลดลงในทุกพื้นที่ ยกเว้น จ.สุโขทัย ที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น จึงได้ให้จังหวัดเดินหน้าบูรณาการทุกภาคส่วน ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
“สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ให้จังหวัดระดมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าทำการฉีดล้าง ทำความสะอาด และซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนและพื้นที่สาธารณะที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นเพื่อวางแผนการฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว” นางสาวธีรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าว
นางสาวธีรรัตน์ กล่าวต่อว่า แม้สถานการณ์พายุวิภา มีแนวโน้มดีขึ้น ระดับน้ำลดลงแล้วในหลายพื้นที่ แต่ก็ยังต้องมีการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีร่องมรสุมพัดผ่านภาคเหนือซึ่งส่งผลให้มีฝนตกเพิ่มในพื้นที่และในบางพื้นที่มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นขอให้จังหวัดติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่จังหวัดมี โดยหากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรง ให้ประสานมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อส่งการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ทั้งนี้ ขอให้จังหวัดเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ล่วงหน้า เตรียมการยกของขึ้นที่สูง อพยพกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงไปยังพื้นที่ปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงชั่วคราว ดำเนินการป้องกันพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ อาทิ โรงพยาบาล พื้นที่ชุมชน พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ เสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำและแนวคันกั้นน้ำ ปรับการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนให้พร้อมรองรับสถานการณ์น้ำในกรณีที่เกิดฝนตกหนักในห้วงถัดไป

ด้านนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดี ปภ. กล่าวว่า จากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.-29 ก.ค. 2568 พายุวิภาส่งผลกระทบให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 11 จังหวัด คือน่าน เชียงราย พะเยา ลำปาง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ และเลย รวม 67 อำเภอ 303 ตำบล 1,610 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 43,080 ครัวเรือน 145,532 คน มีผู้สูญหาย 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ส่วนข้อมูลเฉพาะวันที่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 06.00 น. ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ น่าน เชียงราย แพร่ และสุโขทัย กินพื้นที่ 31 อำเภอ 140 ตำบล 638 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 31,599 ครัวเรือน 106,189 คน ซึ่งปภ.ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA-32 เข้าประจำการ ณ จังหวัดน่าน เพื่อรองรับการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่เข้าถึงยาก สนับสนุนเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยต่างๆ ด้วย ตลอดจนส่งมอบถุงยังชีพของปภ.กว่า 18,900 ชุด และถุงยังชีพจากหน่วยงานอื่น 3,500 ชุด ให้แก่ผู้ประสบภัย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะยังคงติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนภัยประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัย พื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย และความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทาง Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM และ X @DDPMNews รวมถึงรับการแจ้งเตือนภัยแบบเรียลไทม์แบบลงลึกในระดับพื้นที่ได้ทางแอปพลิเคชัน Thai Disaster Alert (TDA) ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นหรือได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทาง Line Official Account “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อนผ่าน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานการให้ความช่วยเหลือต่อไป.



