รายงานทางการแพทย์ที่เปิดกรณีสุดสะพรึงของผู้ป่วยชายวัย 55 ปีรายหนึ่งที่สูญเสียนิ้วกลางและนิ้วหัวแม่เท้าข้างขวาไป หลังจากเซลล์มะเร็งที่แพร่กระจายในร่างกายกัดกินทั้งเนื้อเยื่อและกระดูกไปจนหมด แพทย์ระบุว่าเนื้อเยื่อมะเร็งได้ “เข้าแทนที่” กระดูกในส่วนนั้นอย่างสมบูรณ์เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต

ภาพเอกซเรย์อันน่าขนลุกแสดงให้เห็นว่ากระดูกตรงส่วนปลายนิ้วถูกทำลายโดยเนื้องอกอย่างสิ้นเชิง

รายงานฉบับนี้ ซึ่งตีพิมพ์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาในวารสาร The New England Journal of Medicine ได้ให้รายละเอียดว่า ผู้ป่วยชายคนดังกล่าวป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดชนิดที่ไม่ใช่เซลล์ขนาดเล็ก (Squamous-cell) โดยโรคได้แพร่กระจายไปทั่วร่าง ทำให้เขามีอาการบวมอย่างรุนแรงและเจ็บที่นิ้วกลางของมือข้างขวาและนิ้วหัวแม่เท้าข้างขวามานานกว่าหกสัปดาห์

นิ้วทั้งสองมีอาการบวม แดง แข็งและกดแล้วเจ็บ ส่วนของนิ้วเท้ามีแผลใต้เล็บ ซึ่งเป็นอาการที่แพทย์ในตอนแรกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคเกาต์หรือเป็นการติดเชื้อ

แต่เมื่อได้ถ่ายภาพเอกซเรย์นิ้วทั้งสองก็พบความจริงอันน่าตกใจว่า กระดูกนิ้วทั้งสองถูกทำลาย พบรอยโรคแบบสลายกระดูก (Lytic lesions) โดยมีเนื้องอกเข้าแทนที่โครงสร้างกระดูกที่ปลายสุดของนิ้วมือและนิ้วเท้าอย่างสมบูรณ์

ภาวะนี้เรียกว่า Acrometastasis คือภาวะที่มะเร็งแพร่กระจายไปยังกระดูกในมือหรือเท้า ซึ่งพบได้ยากมาก โดยคิดเป็นเพียงประมาณ 0.1% ของผู้มีภาวะการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังกระดูกทั้งหมด

ภาวะนี้มักเกี่ยวข้องกับมะเร็งปอด มะเร็งระบบทางเดินอาหาร หรือมะเร็งระบบสืบพันธุ์และทางเดินปัสสาวะในระยะสุดท้าย และส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยชายในสัดส่วนที่สูงกว่า

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ภาวะ Acrometastases นั้นหายากมาก เนื่องจากกระดูกนิ้วมือและนิ้วเท้ามีไขกระดูกน้อยและมีการไหลเวียนของเลือดน้อย ทำให้ไม่ค่อยจะได้เป็นเป้าหมายที่มะเร็งจะแพร่มาถึง ปกติแล้ว ผู้ป่วยที่มีภาวะดังกล่าวจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงหกเดือน

ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการฉายรังสีเพื่อบรรเทาอาการเท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อรักษาโรค น่าเศร้าที่เขาเสียชีวิตในอีกสามสัปดาห์ต่อมาด้วยภาวะแคลเซียมในเลือดที่สูงขึ้นจนเป็นอันตรายและผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษา ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับมะเร็งระยะลุกลาม

กรณีที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยรายนี้แสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวที่ซุกซ่อนอยู่ของโรคมะเร็งที่แพร่กระจายจากจุดเดิมไปยังอวัยวะอื่นๆ ซึ่งแม้แต่อาการที่ดูเหมือนไม่เป็นอันตรายอย่างเช่นอาการบวมที่ปลายนิ้ว ก็อาจกลายเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

ที่มา :  nypost.com

เครดิตภาพ : New England Journal of Medicine