สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย กล่าวว่า ภาษีสินค้ามูลค่าต่ำ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567 สร้างรายได้ประมาณ 500 ล้านริงกิต (ราว 3,821 ล้านบาท) ในปี 2568

นอกจากนี้ การทบทวนอัตราภาษีการขาย และการขยายขอบเขตภาษีบริการครั้งล่าสุดของรัฐบาลกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา คาดว่าจะเพิ่มรายได้ของมาเลเซีย 5,000 ล้านริงกิต (ราว 38,210 ล้านบาท) ในปีนี้ และเพิ่มขึ้นสองเท่าเป็น 10,000 ล้านริงกิต (ราว 76,420 ล้านบาท) ในปี 2569

ในการตอบกลับที่เป็นลายลักษณ์อักษรต่อรัฐสภามาเลเซีย เมื่อวันที่ 29 ก.ค. อันวาร์ระบุว่า การปรับลดเงินอุดหนุนน้ำมันดีเซลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐบาลกัวลาลัมเปอร์ สามารถประหยัดเงินมากถึง 600 ล้านริงกิตต่อเดือน (ราว 4,585 ล้านบาท) อีกทั้งมาตรการปฏิรูปการคลังอื่น ๆ ก็มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างรายได้ของประเทศ รวมถึงการจัดเก็บภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ สำหรับหุ้นที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2567

“เมื่อพิจารณาปริมาณและมูลค่าปัจจุบันของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับหุ้นที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รัฐบาลประมาณการว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้ราว 800 ล้านริงกิตต่อปี (ราว 6,113 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่แท้จริงจะได้รับการยืนยัน หลังผู้เสียภาษีนิติบุคคลยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ประจำปีแล้วเท่านั้น” อันวาร์ กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : AFP