สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวต่อที่ประชุมสุดยอดวาระพิเศษ จีน-อาเซียน เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ ว่า รัฐบาลปักกิ่งไม่มีนโยบาย “ข่มขู่และบีบบังคับ” ประเทศใดก็ตามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการใช้อิทธิพลทั้งในด้านเศรษฐกิจ และการมีอาณาเขตที่ใหญ่กว่า แต่ในทางกลับกัน จีนพร้อมร่วมมือกับอาเซียน “เพื่อขจัดการแทรกแซงจากภายนอก”


ขณะเดียวกัน ผู้นำจีนกล่าวต่อที่ประชุมซึ่งจัดขึ้นผ่านระบบทางไกลอิเล็กทรอนิกส์ เรียกร้องการประสานงาน และส่งเสริมความร่วมมือกันในทุกมิติ ระหว่างจีนกับอาเซียน เพื่อผดุงความยุติธรรม และผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองฝ่าย อันจะนำไปสู่การกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไป


อย่างไรก็ตาม ก่อนถึงวันประชุมครั้งนี้ไม่นาน นายซุน กั๋วเสียง ผู้แทนพิเศษด้านกิจการเอเชียของกระทรวงการต่างประเทศจีน เยือนสิงคโปร์และบรูไน เพื่อพยายาม “โน้มน้าว” ให้สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) เชิญพล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา เข้าร่วมการหารือครั้งนี้ด้วย


ทั้งนี้ การเรียกร้องของนายซุนไม่ได้รับการตอบสนองจากสิงคโปร์และบรูไน ซึ่งทั้งสองประเทศยังคงยืนกรานจุดยืนเดิม คือการไม่ให้ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาเข้าร่วม ลักษณะเดียวกับการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่บรูไนในฐานะประธานประจำปีนี้ เป็นเจ้าภาพ เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา


ขณะที่อินโดนีเซียและมาเลเซียร่วมคัดค้านเช่นกัน ส่วนสมาชิกอาเซียนที่เหลืออีก 5 ประเทศ คือ ลาว เวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และไทย ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ นายซุน กล่าวว่า ยอมรับและเข้าใจท่าทีของอาเซียน และจีนพร้อมหารือร่วมกับ “ผู้แทนที่ไม่ได้มาจากภาคการเมืองของเมียนมา” ตามที่อาเซียนเป็นผู้ดำเนินการ.

เครดิตภาพ : AP