เมื่อวันที่ 22 พ.ย. นายไมตรี อินทุสุต ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ (อ.ก.พ.ร.) เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาระบบการบริหารราชการในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น เป็นประธานการประชุมแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดให้มีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูง ประจำปีงบประมาณ 65 ตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ร่วมประชุมและมอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดที่เกี่ยวข้อง 

นายไมตรี กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นไปตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการบริหารราชการในระดับพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมามีผลสัมฤทธิ์ของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นที่ประจักษ์ในสายตาประชาชนและสังคม คือ การแก้ปัญหาและบริหารสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลกฎหมาย งบประมาณ และการมีส่วนร่วมของภาคสังคม และภาคส่วนต่างๆ ผ่านกระบวนงาน 5 ด้าน ได้แก่ 1.การบริหารสถานการณ์ 2.การบริหารบัญชาการ 3.การบริหารบูรณาการ 4.การบริหารบริการ และ 5.การบริหารธุรการและการสื่อสาร สอดคล้องกับรูปแบบการพัฒนาตามแนวทาง 4 ด้าน ได้แก่ 1.การนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการทำงาน 2.การพัฒนาไปสู่ราชการระบบเปิด 3.การพัฒนานวัตกรรมของรัฐ 4.การพัฒนาสู่การบริการภาครัฐที่เป็นเลิศ ซึ่งจะนำไปสู่เป้าหมายการตอบโจทย์ประชาชนที่สำคัญ คือ การครองใจคน 

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ขอบคุณสำนักงาน ก.พ.ร. ที่เป็นพี่เลี้ยงด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานที่ดีให้กับกระทรวงมหาดไทย ทำให้เรามีความมุ่งมั่นในการพัฒนางาน ที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการพัฒนารูปแบบและกลไกการทำงานและติดตามผลการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการพัฒนากระบวนงานตามแนวทางครั้งนี้ จะทำให้เรามั่นใจว่าการพัฒนางานจะเป็นไปตามกรอบแนวทาง กรอบเวลา และกรอบวิธีการในการพัฒนาตามเป้าหมายของแผนปฏิรูปประเทศและรัฐบาลกำหนด 


นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ทุกจังหวัดเข้าร่วมการพัฒนาตามแนวทางดังกล่าว ตนเชื่อมั่นในความมุ่งมั่นของผู้บริหารทุกกระทรวง ทบวง กรมในพื้นที่ภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในการพัฒนางานในพื้นที่จังหวัด โดยการดำเนินงานครั้งนี้จะทำให้จังหวัดมีกรอบในการบริหารจัดการ พัฒนางานอย่างเป็นระบบ ภายใต้หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งจะสนับสนุนให้เป็นจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง 


นายสุทธิพงษ์ กล่าวด้วยว่า ผลจากการขับเคลื่อนการทำงานทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ เป็นความภาคภูมิใจที่พวกเราชาวมหาดไทยมีจิตใจสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้เกิดขึ้น เป็นรางวัลที่สำคัญของชีวิตในฐานะข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งเน้นย้ำระดมสรรพกำลังกลไก 7 ภาคีเครือข่าย ได้แก่ ภาคราชการภาควิชาการ ภาคศาสนา ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาคสื่อมวลชน ในการร่วมกันคัดเลือกประเด็น กระทั่งสิ้นสุดกระบวนงาน


“ขอเป็นกำลังใจให้ทุกจังหวัด ช่วยกันทำสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้น ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เรามีข้าราชการน้ำดีมีใจนักรบในการพัฒนางาน พัฒนาระบบ และพัฒนาการให้บริการที่ดีกับประชาชน สิ่งเหล่านั้นจะเป็นรางวัลที่สำคัญของชีวิตข้าราชการที่เกิดขึ้นจริงด้วยมือของทุกคน เพื่อให้ประชาชนมีความสุขเพิ่มมากขึ้น และทำให้ระบบราชการของประเทศไทยมีความเข้มแข็ง ได้รับการยอมรับนับถือ และไว้วางใจจากสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งให้ได้เห็นถึงศักยภาพของพวกเราในการร่วมกัน Change for good ระบบราชการของประเทศไทยให้ก้าวไปอย่างมั่นคง” นายสุทธิพงษ์ กล่าว.