เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม  นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข  ตอบกระทู้ถามสดของนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ซึ่งถามเรื่องกรณีการเอาผิดวินัยร้ายแรง นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ กรณีการจัดซื้อชุดตรวจเอทีเค (ATK) ว่า ข้อเท็จจริงในกรณีของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เรื่องดังกล่าวเพราะมีการร้องเรียน และกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งผู้ตรวจสอบภายในลงไปตรวจสอบ ทั้งโรงพยาบาลจะนะ อ.จะนะ จ.สงขลา และ โรงพยาบาลระโนด อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2564 แต่ถูกตรวจสอบปี 2566 พบความบกพร่องในการบริหาร นพ.สุภัทร ฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาล  คือ การจัดซื้อจัดจ้างเอทีเค ซึ่งพบว่ามีการอนุมัติแบ่งซื้อแบ่งจ้าง นอกจากนั้นแล้วคือกรณีการเดินทางมาที่ กทม. เพื่อทำกิจกรรมแพทย์ชนบทบุกกรุง และ สร้างอาคาร 8 ชั้น ที่เปลี่ยนแปลงแบบไม่แก้ไขสัญญาและมีเรื่องปลีกย่อยทางการจัดซื้อพัสดุ แปลงสภาพรถราชการ

“ปลัดกระทรวงสาธารณสุขรับเรื่อง เมื่อพิจารณาว่ามีมูลจึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงและไม่ร้ายแรง ตามระเบียบของ สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ทั้งนี้ในการตรวจสอบพบการเปลี่ยนแปลงกรรมการ 3 ครั้ง โดยครั้งแรกเพราะถูกร้องเรียนว่าไม่ให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา ครั้งที่สอง เพราะเปลี่ยนตัวเลขานุการ และครั้งที่สาม ซึ่งมีผลตรวจสอบและมติ เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 68 ที่ผ่านมา ซึ่งมติดังกล่าวเป็นความลับ ซึ่งผมไม่ทราบว่ามติเป็นอย่างไร” รมว.สาธารณสุข กล่าว

นายสมศักดิ์  ชี้แจงต่อว่า ผลตรวจสอบต้องเสนอปลัดกกระทรวงสาธารณสุขและต้องเข้าที่ประชุมอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ในเดือน ก.ย.นี้ ทั้งนี้คณะกรรมการฯ ดังกล่าว ตนเป็นประธาน อย่างไรก็ตามในการเรื่องดังกล่าวยังไม่ส่งผลถึงตน ดังนั้นจึงพอมีเวลาสั่งการให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายและตนจะให้ความเป็นธรรมดีที่สุด

“ทั้งนี้เรื่องที่พูดคุยต้องดำเนินการตามกฎของราชการ  ส่วนผลสอบเรื่องดังกล่าวนั้น หากอะไรที่ไม่เป็นข้อกำหนดว่าเป็นความลับ ผมยินดีเปิดเผยให้ แต่หากติดระเบียบราชการ ผมจนใจที่จะทำแบบนั้น แต่จะให้ความร่วมมือเต็มที่” รมว.สาธารณสุข กล่าว

รมว.สาธารณสุข ชี้แจงต่อว่า กรณีที่ตั้งข้อสังเกตว่าได้ตรวจสอบกรณีเดียวกันของนพ.สุภัทร ของโรงพยาบาลแห่งอื่นหรือไม่นั้น หากสว.อยากให้ตรวจสอบโรงพยาบาลใด ชอบด้วยที่จะทำหนังสือร้องเรียนว่าโรงพยาบาลที่ต้องการตรวจสอบนั้นมีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นอย่างไร ซึ่งตนเข้าใจว่าการจัดซื้อจัดจ้างเอทีเค จำเป็นเร่งด่วน เพื่อบริการประชาชน  แต่เรื่องดังกล่าวมีระเบียบราชการ ตนเข้าใจ และตนเคยตระหนักขอร้องให้ราชการพยายามร่างกฎหมายของคนที่ไม่ตั้งใจทำผิดแต่ผิดระเบียบ ซึ่งราชการมองว่าคือการทำผิดระเบียบราชการคือการทุจริตประเภทหนึ่ง ดังนั้นเป็นหน้าที่ที่ราชการทำให้ถูกระเบียบ.