ตามรายงานที่ตีพิมพ์เผยแพร่โดยหอการค้าของอังกฤษเมื่อวันอังคารที่ 23 พ.ย. ระบุว่า นโยบายของจีนเกี่ยวกับการถ่ายโอนข้อมูลและการระบุตำแหน่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องยกเลิกโครงการ เนื่องจากกังวลว่าจะมีปัญหาเรื่องการให้ความร่วมมือ

ในรายงานระบุว่า “ความไม่แน่นอนทำให้เกิดความวิตกกังวลอย่างมาก เนื่องจากอาจสร้างอุปสรรคมหาศาลที่ขวางกั้นข้อมูลที่ไหลมาจากจีน” หอการค้าเขียน

“บางบริษัทนั้นได้รับผลกระทบจากส่งผ่านข้อมูลที่ช้าอยู่แล้ว บริษัทแห่งหนึ่งได้ยกเลิกโครงการ R&D สองในสามโครงการที่วางแผนไว้แล้วในจีน ในขณะที่อีกบริษัทหนึ่งถูกบังคับให้ลดระดับคุณภาพการบริการที่พวกเขามอบให้กับลูกค้า”

รายงานดังกล่าวอธิบายถึงข้อกำหนดทางกฎหมายที่บังคับให้บริษัทต่างชาติเก็บข้อมูลไว้ในประเทศจีนและดำเนินการ “ตรวจสอบความปลอดภัย” ก่อน ถึงจะถ่ายโอนข้อมูลไปต่างประเทศได้ ว่า “มีค่าใช้จ่ายสูง” และ “มีข้อจำกัด” ซึ่งเบียดบังทรัพยากรที่ควรนำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาที่มีประสิทธิผลมากขึ้น

หอการค้ากล่าวเสริมว่าส่วนอื่นๆ ของกฎหมายยังคงคลุมเครือเกินไป ตัวอย่างเช่น เจ้าหน้าที่ทางการต้องการให้บริษัทที่ถ่ายโอน “ข้อมูลสำคัญ” ต้องเข้ารับการตรวจสอบความปลอดภัยของข้อมูล แต่คำจำกัดความของ “ข้อมูลสำคัญ” ก็ไม่มีความชัดเจน ในขณะเดียวกัน ข้อกำหนดด้านการบริหารที่เฉพาะเจาะจงเพื่อกำกับการประเมินความปลอดภัยก็ยังทำให้บริษัทของอังกฤษเกิดความสับสนอีกด้วย

“ช่องว่างและข้อกำหนดปลีกย่อยที่ยุ่งยากเหล่านี้ซึ่งมีอยู่ในกฎหมายกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของจีน ได้สร้างอุปสรรคสำคัญสำหรับบริษัทอังกฤษที่พยายามทำให้แน่ใจว่าได้ปฏิบัติตรงตามข้อกำหนด ซึ่งกีดขวางความสามารถในการใช้ข้อมูลเพื่อตัดสินใจทางธุรกิจระดับโลกและระดับท้องถิ่น”

หอการค้าอังกฤษยังแนะนำว่าทางการจีนควรชี้แจงนโยบายของตนให้ชัดเจน เพื่อให้บริษัทต่างชาติในจีนสามารถแบ่งปันข้อมูลกับหน่วยงานในต่างประเทศให้ได้มากที่สุด

ในปีนี้ ประเทศจีนได้บังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นเงื่อนไขหลัก 2 ประการที่กำหนดวิธีที่บริษัทต่างๆ ต้องจัดเก็บ ปกป้อง และแบ่งปันข้อมูลของบริษัท

เครดิตภาพ : Reuters