สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ว่ารายงานของศูนย์วิจัยพลังงานและอากาศสะอาด (ซีอาร์อีเอ) และโกลบอล เอเนอร์จี มอนิเตอร์ (จีอีเอ็ม) ระบุว่า จีนผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน 21 กิกะวัตต์ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดในช่วงครึ่งปีแรก นับตั้งแต่เมื่อปี 2559
นอกจากนั้น จีนยังเริ่มการก่อสร้างโครงการถ่านหินใหม่ ซึ่งจะเพิ่มกำลังผลิตรวมเป็น 46 กิกะวัตต์ หรือเทียบเท่ากับกำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินทั้งหมดในเกาหลีใต้ และเปิดตัวโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งโครงการใหม่ และโครงการที่ปรับปรุงใหม่อีก 75 กิกะวัตต์
ขณะเดียวกัน โครงการที่ได้รับอนุญาตแล้วยังคงมีอยู่จำนวนมาก เนื่องจากใบอนุญาตใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อปี 2565-2566 ซึ่งเป็นช่วงที่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าของจีนกำลังประสบปัญหา ในการปรับตัวให้เข้ากับการเติบโตของพลังงานหมุนเวียน
???????? NEW | China – Coal power biannual review – H1 2025
— Centre for Research on Energy and Clean Air (@CREACleanAir) August 25, 2025
❗ China's clean energy boom has seen clean energy meet all new power demand growth in 2025 & emissions drop but new coal projects are highest in a decade
w/@GlobalEnergyMon
???? Read full report here:https://t.co/FNgFFt411z pic.twitter.com/dKwazOaxpf
อย่างไรก็ดี จีนเองก็ได้ติดตั้งกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ 212 กิกะวัตต์ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ และมากกว่าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดที่ติดตั้งในสหรัฐอเมริกาเมื่อสิ้นปี 2567
เมื่อปี 2564 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เคยให้คำมั่นสัญญาควบคุมโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน และการเติบโตของการบริโภคถ่านหินอย่างเข้มงวด ก่อนจะลดกำลังการผลิตในช่วงปี 2569-2573 แต่รายงานระบุว่า มีการปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินเพียง 1 กิกะวัตต์ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ซึ่งห่างไกลจากเป้าหมายที่จะปลดระวาง 30 กิกะวัตต์ ระหว่างปี 2563-สิ้นปี 2568.
เครดิตภาพ : AFP



