เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน (ปชน.) ตั้งแต่เวลา 13.00 น. จะมีการประชุมนัดพิเศษของ สส.ปชน. เพื่อกำหนดทิศทางโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกฯ กรณีคลิปเสียงสนทนากับฮุน เซน เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เมื่อ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา
พรรค ปชน. ได้กำหนดเงื่อนไขในการโหวตเลือกนายกฯ ใหม่ 3 ข้อ ได้แก่ 1.รัฐบาลต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน 2.รัฐบาลต้องจัดให้มีการทำประชามติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เปิดทางตั้ง ส.ส.ร. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ภายใน 4 เดือนก่อนยุบสภา 3.พรรค ปชน. จะไม่ร่วมเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลเฉพาะกาลชุดนี้ และหากมีการเบี้ยวเงื่อนไขดังกล่าว จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที
โดยนับตั้งแต่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา มี 2 กลุ่มขั้วการเมืองเข้ามาหารือกับพรรค ปชน. ได้แก่ 29 ส.ค. พรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคณะ เดินทางมาหารือกับพรรค ปชน. พร้อมยอมรับเงื่อนไขทุกข้อของพรรค ก่อนที่จะไปหารือกับพรรคกล้าธรรมต่อ พร้อมประกาศจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ดันนายอนุทินเป็นนายกฯ
ต่อมา 30 ส.ค. นายทักษิณ ได้ติดต่อมายังนายธนาธร เพื่อขอเสียงสนับสนุนช่วยโหวตนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ คนสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย เป็นนายกฯ คนใหม่ อย่างไรก็ดี นายธนาธร มีท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ ยังไม่ได้ตอบตกลงทันที แต่โยนให้ที่ประชุมพรรค ปชน. ตัดสิน
ถัดมา 31 ส.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการแทนนายกฯ และตัวแทนฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเดิมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคประชาชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา ยกเว้นพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ปีกของนายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค และนายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ุ ไม่ได้เดินทางมาด้วย เนื่องจากติดภารกิจ เพื่อมาหารือกับพรรค ปชน. โดยในที่ประชุมตัวแทนพรรคเพื่อไทย ได้ขอโทษฝ่าย ปชน. ในเรื่องทางการเมืองต่าง ๆ ที่ผ่านมา และยืนยันยอมรับเงื่อนไขของ ปชน. ทั้งหมด นอกจากนี้ยังพร้อมยุบสภาก่อนถึงเส้นตาย 4 เดือนอีกด้วย
สำหรับการประชุมพรรค ปชน. ในวันนี้ คาดว่าที่ประชุมจะมีการหารือถึง 3 แนวทางดังกล่าวคือ 1.การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย 2.การสนับสนุนพรรคเพื่อไทย 3.ไม่สนับสนุนใครเป็นนายกฯ คนใหม่
โดยในการประชุมวันนี้ คือการรับฟังเสียง สส. เท่านั้น แต่ไม่ได้เปิดให้โหวตเลือกแนวทาง เพราะแกนนำพรรคได้มีแนวทางตัดสินใจไว้เบื้องต้นแล้ว มีการประเมินฉากทัศน์ไว้คร่าว ๆ ว่า หากสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นรัฐบาลแล้ว ยังมีความกังวลว่าพรรคเพื่อไทย หรือพรรคภูมิใจไทย อาจเติมเสียงเพิ่มเติมด้วยการดูด สส. เข้าไป จนทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก และจะเบี้ยวเงื่อนไขของ ปชน. ทำให้พรรค ปชน. ต้องตกที่นั่งลำบาก และเสียภาพลักษณ์จากประชาชน ดังนั้นการกดดันให้นำไปสู่การยุบสภา ณ เวลานี้ เลยน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม สส. วันนี้ ปชน. อาจยังไม่แสดงท่าทีสนับสนุนใครเป็นนายกฯ แต่ต้องรอการประชุมของคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล (วิปฝ่ายค้าน และวิปฝ่ายรัฐบาล) ในวันที่ 1-2 ก.ย. 2568 เพื่อดูวาระการโหวตเลือกนายกน คนใหม่ หลังจากนั้นจึงตัดสินใจทิศทางในการสนับสนุน หรือไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใด



