แลร์รี เอลลิสัน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทซอฟต์แวร์ชั้นนำ ‘ออราเคิล’ ได้แซงหน้า อีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลาและสเปซเอ็กซ์ ขึ้นเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอย่างกะทันหันในวันพุธที่ผ่านมา หลังจากที่มูลค่าหุ้นของบริษัทซอฟต์แวร์ของเขาพุ่งขึ้นกว่า 40% เพราะกระแสความนิยมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังมาแรง

รายงานจากดัชนีมหาเศรษฐีพันล้านของบลูมเบิร์กระบุว่า ความมั่งคั่งของเอลลิสัน ซึ่งผูกอยู่กับหุ้นของออราเคิล พุ่งขึ้นถึง 393,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 12.49 ล้านล้านบาท) ทำให้เขาก้าวแซงหน้า ‘อีลอน มัสก์’ (385,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ได้สำเร็จ

แลร์รี เอลลิสัน วัย 81 ปี เกิดในปี 2487 แม่ของเขาไม่ได้แต่งงาน จึงยกเขาให้ป้าและลุงรับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม และได้พบกับแม่ผู้ให้กำเนิดอีกครั้งเมื่ออายุ 44 ปี 

เอลลิสัน เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐอิลลินอยส์และมหาวิทยาลัยชิคาโก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาสนใจการออกแบบคอมพิวเตอร์ และย้ายไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ โดยตั้งเป้าหมายที่จะเป็นโปรแกรมเมอร์

ในปี 2520 เอลลิสันร่วมก่อตั้งบริษัทออราเคิลในเมืองซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย ภายหลังได้ขยับขยายจนกลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลและคลาวด์คอมพิวติง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา บริษัทออราเคิลจัดเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากไมโครซอฟท์, แอปเปิลและอัลฟาเบต (กูเกิล) โดยมีมูลค่าตลาดกว่า 922,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 29.29 ล้านล้านบาท)

ในยุคทศวรรษที่ 90 เอลลิสันเป็นที่รู้จักในฐานะบุคคลสาธารณะที่มีไลฟ์สไตล์หรูหราพอ ๆ กับความสำเร็จทางธุรกิจ เขาชื่นชอบการบิน ร้านอาหารหรู การทำฟาร์ม กีฬาเทนนิส การล่องเรือยอชท์ และภาพยนตร์ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สเคยบรรยายว่า เขาเป็น “ผู้บริหารในซิลิคอนแวลลีย์ที่รู้ว่าต้องใช้ชีวิตให้สนุกได้อย่างไร” ด้วยการสร้างคฤหาสน์สไตล์ญี่ปุ่นมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,356 ล้านบาท) และเป็นเจ้าของเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของฮาวาย 

ชีวิตรักของเอลลิสัน ก็มีสีสันไม่แพ้กัน เขาแต่งงานและหย่ามาแล้ว 4 ครั้ง ส่วนภรรยาคนที่ 5 และคนล่าสุดของเขาคือ โจลิน จู เป็นสาวอเมริกันเชื้อสายจีน ที่มีอายุเพียง 33 ปี อ่อนวัยกว่าเขาถึง 48 ปี

ในแง่ของการเมือง เอลลิสันได้แสดงจุดยืนในฐานะพันธมิตรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และยังเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินส่วนใหญ่ในการเข้าซื้อบริษัทพาราเมาต์ โกลบอล (บริษัทแม่ของพาราเมาต์ พิคเจอร์ส) ของลูกชาย ซึ่งเป็นดีลที่ได้รับการอนุมัติในสมัยของทรัมป์ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเคยแสดงความต้องการให้เอลลิสันซื้อ ‘ติ๊กต็อก’ อีกด้วย

นอกจากนี้ เอลลิสันยังแสดงความทะเยอทะยานในการใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือเทคโนโลยีเอไอ เพื่อนำประเทศไปสู่ยุคแห่งความอุดมสมบูรณ์และความปรองดอง โดยเขามองว่า เอไอจะช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาระบบทุกอย่างให้ดีขึ้นได้ 

วิสัยทัศน์นี้รวมถึงการติดตั้งกล้องวงจรปิดในทุกหนแห่ง เพื่อให้เอไอสามารถวิเคราะห์ทุกการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดการรวบรวมฐานข้อมูลนับพันแห่ง ไว้ในคลังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียว เพื่อให้เอไอสามารถ “นำไปใช้รักษาโรคและแก้ไขปัญหาทุกอย่าง” ได้

เอลลิสันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของออราเคิลจนถึงปี 2557 และปัจจุบันยังคงเป็นประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของบริษัท

ที่มา : fortune.com, yahoo.com/news

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES