สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ว่านายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิ กล่าวว่า กองทัพรัสเซียปฏิบัติการ “อย่างเคร่งครัดตามกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบิน” ท่าทีของเอสโตเนีย “ไม่มีมูลความจริงอย่างสิ้นเชิง” และมีแต่จะยิ่งทำให้เกิการเผชิญหน้ามากยิ่งขึ้นเท่านั้น


ทั้งนี้ รัฐบาลเอสโตเนียกล่าวว่า เครื่องบินขับไล่ 3 ลำ ของกองทัพอากาศรัสเซีย ละเมิดน่านฟ้าของเอสโตเนีย “ในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” เป็นเวลานาน 12 นาที เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา


นายคริสเตน มิคาล นายกรัฐมนตรีเอสโตเนีย กล่าวว่า การละเมิดน่านฟ้าของเครื่องบินรบรัสเซียครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่สองแล้วภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ และเอสโตเนียยื่นคำร้องต่อองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) เพื่อให้มีการหารือตามมาตรา 4 ของกฎบัตรนาโต ซึ่งระบุว่า สมาชิกสามารถขอให้มีการประชุมอย่างเร่งด่วนในเรื่องนี้ได้ ในยามที่ “อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน และความเป็นเอกภาพทางการเมืองหรือความมั่นคงตกอยู่ในอันตราย” ซึ่งจะมีการหารือกันในวันอังคารที่ 23 ก.ย. นี้


ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียชี้แจงตั้งแต่ตอนนั้น ว่าเครื่องบินทั้งสามลำเป็นรุ่นมิก-31 และย้ำว่า “การบินครั้งนี้ดำเนินไปอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับน่านฟ้า โดยไม่ได้ละเมิดพรมแดนของรัฐอื่นแต่อย่างใด ซึ่งสามารถยืนยันจากการตรวจสอบโดยอิสระ”


นอกจากนี้ รัฐบาลมอสโกเน้นว่า เครื่องบินรบทั้งสามลำ “ไม่ได้เบี่ยงเบนออกจากเส้นทางตามแผนการ” และ “ไม่ได้ละเมิดน่านฟ้าของเอสโตเนีย” โดยเครื่องบินรบเดินทางออกจากภูมิภาคคาเรเลีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย อยู่เหนือเขตน่านน้ำสากลของทะเลบอลติก และอยู่ห่างเกาะไวนด์ลู ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งเอสโตเนีย เป็นระยะทางไกลมากกว่า 3 กิโลเมตร.

เครดิตภาพ : AFP