สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ว่านายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิ กล่าวว่า กองทัพรัสเซียปฏิบัติการ “อย่างเคร่งครัดตามกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบิน” ท่าทีของเอสโตเนีย “ไม่มีมูลความจริงอย่างสิ้นเชิง” และมีแต่จะยิ่งทำให้เกิการเผชิญหน้ามากยิ่งขึ้นเท่านั้น
ทั้งนี้ รัฐบาลเอสโตเนียกล่าวว่า เครื่องบินขับไล่ 3 ลำ ของกองทัพอากาศรัสเซีย ละเมิดน่านฟ้าของเอสโตเนีย “ในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” เป็นเวลานาน 12 นาที เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
Estonia’s foreign ministry said the United Nations Security Council will hold an emergency meeting Monday to discuss Russian jet incursions into its airspace. NewsNation @RobertShermanTV has the latest developments. More: https://t.co/KhwLQRWOq6 pic.twitter.com/zJsYgdLC3T
— NewsNation (@NewsNation) September 22, 2025
นายคริสเตน มิคาล นายกรัฐมนตรีเอสโตเนีย กล่าวว่า การละเมิดน่านฟ้าของเครื่องบินรบรัสเซียครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่สองแล้วภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ และเอสโตเนียยื่นคำร้องต่อองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) เพื่อให้มีการหารือตามมาตรา 4 ของกฎบัตรนาโต ซึ่งระบุว่า สมาชิกสามารถขอให้มีการประชุมอย่างเร่งด่วนในเรื่องนี้ได้ ในยามที่ “อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน และความเป็นเอกภาพทางการเมืองหรือความมั่นคงตกอยู่ในอันตราย” ซึ่งจะมีการหารือกันในวันอังคารที่ 23 ก.ย. นี้
ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียชี้แจงตั้งแต่ตอนนั้น ว่าเครื่องบินทั้งสามลำเป็นรุ่นมิก-31 และย้ำว่า “การบินครั้งนี้ดำเนินไปอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับน่านฟ้า โดยไม่ได้ละเมิดพรมแดนของรัฐอื่นแต่อย่างใด ซึ่งสามารถยืนยันจากการตรวจสอบโดยอิสระ”
นอกจากนี้ รัฐบาลมอสโกเน้นว่า เครื่องบินรบทั้งสามลำ “ไม่ได้เบี่ยงเบนออกจากเส้นทางตามแผนการ” และ “ไม่ได้ละเมิดน่านฟ้าของเอสโตเนีย” โดยเครื่องบินรบเดินทางออกจากภูมิภาคคาเรเลีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย อยู่เหนือเขตน่านน้ำสากลของทะเลบอลติก และอยู่ห่างเกาะไวนด์ลู ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งเอสโตเนีย เป็นระยะทางไกลมากกว่า 3 กิโลเมตร.
เครดิตภาพ : AFP



