เออร์รอล มัสก์ วัย 79 ปี พ่อของมหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีอย่าง อีลอน มัสก์ ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศลูกและลูกเลี้ยง 5 คนของตนเองมาตั้งแต่ปี 2536 ตามรายงานของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

สื่อดังกล่าวระบุว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของบริษัทเทสลา แทบไม่เคยเอ่ยถึงพ่อของเขาเลย และมีสมาชิกในครอบครัวของอีลอน มัสก์ ที่เคยขอความช่วยเหลือจากเขา ทำให้บางครั้งเขาต้องเข้ามาจัดการกับเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม เออร์รอล มัสก์ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดที่นิวยอร์กไทม์ส รายงาน โดยกล่าวว่า “เป็นเรื่องเท็จ” 

นิวยอร์กไทม์ส อ้างอิงข้อมูลจากจดหมายส่วนตัว, อีเมล และการสัมภาษณ์กับสมาชิกในครอบครัว ระบุว่า เออร์รอล มัสก์ ซึ่งมีลูกและลูกเลี้ยงอย่างน้อย 9 คน เคยแต่งงานกับผู้หญิง 3 คน “ยังคงมีอิทธิพลอย่างมากต่อคนในครอบครัว” โดยระบุด้วยว่า อีลอน มัสก์ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ หลังจากที่สำนักข่าวพยายามติดต่อเพื่อสอบถาม

สำนักข่าวอาศัยข้อมูลจากการตรวจสอบบันทึกของศาล, จดหมายส่วนตัว, นักสังคมสงเคราะห์และการสัมภาษณ์กับสมาชิกในครอบครัวแล้วระบุว่า ข้อกล่าวหาแรกสุดต่อ เออร์รอล มัสก์ เกิดขึ้นในปี 2536 เมื่อลูกเลี้ยงวัย 4 ขวบของเขาบอกญาติว่า เธอถูกล่วงละเมิดในบ้าน

เออร์รอล มัสก์ เมื่อปี 2557

หนึ่งทศวรรษต่อมา นิวยอร์กไทม์ส รายงานว่า ลูกเลี้ยงคนดังกล่าวจับได้ว่าเขาแอบดมชุดชั้นในใช้แล้วของเธอ และสมาชิกในครอบครัวบางคนยังกล่าวหาว่า เขาล่วงละเมิดทางเพศลูกสาว 2 คน และลูกเลี้ยงชายอีก 1 คนด้วย

สื่อดังกล่าวยังอ้างอิงจากบันทึกของตำรวจและศาล รวมถึงคำบอกเล่าจากสมาชิกในครอบครัวว่า มีการเปิดการสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจถึง 3 ครั้ง โดย 2 ครั้งแรก ยุติลงโดยไม่มีการดำเนินการใดๆ ส่วนการสอบสวนครั้งที่ 3 ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น

เออร์รอล มัสก์ กล่าวในแถลงการณ์ตอบโต้สำนักข่าวนิวยอร์กไทม์ส ว่า “ไม่มีหลักฐาน เพราะนี่เป็นเรื่องเหลวไหล” และกล่าวว่า “รายงานนี้เป็นเท็จ” 

เขายังกล่าวหาว่าสมาชิกในครอบครัว “ยุยงให้เด็กพูดเรื่องเท็จ” และพยายามที่จะ “แบล็กเมล์” อีลอน ลูกชายคนโตของเขา 

อย่างไรก็ตาม อีลอน มัสก์ เคยกล่าวถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยราบรื่นนักกับพ่อของเขาในปี 2560 เมื่อเขาให้สัมภาษณ์นิตยสารโรลลิงสโตนว่า พ่อของเขาทำ “เรื่องชั่วร้ายเกือบทุกอย่างเท่าที่คุณจะนึกออก”

ในบทสัมภาษณ์ดังกล่าว อีลอน มัสก์ เล่าว่าตอนอายุ 10 ขวบ เขาตัดสินใจไปอยู่กับพ่อ ส่วนน้องๆ คือ คิมบัลและทอสกาอยู่กับแม่

“ผมสงสารพ่อ เพราะแม่มีลูกสามคนอยู่ด้วย ส่วนพ่อดูเศร้าและเหงาที่อยู่ตัวคนเดียว ผมเลยคิดว่าผมไปอยู่เป็นเพื่อนได้นะ” เขากล่าว “ตอนนั้นผมไม่เข้าใจเลยว่าพ่อเป็นคนแบบไหน… มันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย”

มัสก์เล่าโดยไม่ได้ลงรายละเอียดว่า “พ่อของผมมักมีแผนการชั่วร้ายที่คิดมาอย่างรอบคอบ เขามักจะวางแผนเรื่องชั่วร้าย”

ที่มา : theguardian.com

เครดิตภาพ : AFP