สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ว่า ความสำเร็จของโครงการวีซ่าทองคำตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงเดือน ก.ย. ปีนี้ พิสูจน์ว่า อินโดนีเซียกำลังกลายเป็นแหล่งดึงดูดนักลงทุนและบุคลากรในระดับโลกมากขึ้น และแนวโน้มเชิงบวกดังกล่าว จะยังคงสนับสนุนการพัฒนาประเทศและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจอินโดนีเซียต่อไป
เงินลงทุนข้างต้นมาจากบริษัทต่างชาติ 46.5 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 89,700 ล้านบาท) จากนักลงทุนรายบุคคล 249,000 ล้านรูเปียห์ (ราว 481 ล้านบาท) และจากประเภทอื่น 1.45 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 2,800 ล้านบาท) ขณะเดียวกัน โครงการวีซ่าทองคำสร้างรายได้ของรัฐที่ไม่ใช่ภาษีอีกราว 12,900 ล้านรูเปียห์ (ราว 25 ล้านบาท)
อนึ่ง อินโดนีเซียเริ่มดำเนินโครงการวีซ่าทองคำ เมื่อเดือน ก.ค. 2567 เพื่อดึงดูดเงินทุนและบุคลากร โดยวีซ่าทองคำอนุญาตให้นักลงทุน ชาวต่างชาติที่มีทักษะเฉพาะ บุคคลสำคัญระดับโลก รวมถึงอดีตพลเมืองอินโดนีเซียและลูกหลาน พำนักอาศัยในอินโดนีเซีย 5-10 ปี พร้อมรับสิทธิพิเศษตามสนามบิน จุดตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงความแน่นอนทางกฎหมาย.
ข้อมูล : XINHUA
เครดิตภาพ : AFP



