เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมติดตามสถานการณ์ และความคืบหน้าในการปฏิบัติงานของฝ่ายความมั่นคง โดยมี พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ เข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียง

โดย พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กล่าวต้อนรับว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รู้สึกยินดีที่รมว.กลาโหม และคณะที่มีความห่วงใยกำลังพล กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการบูรณาการและขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงและด้านการพัฒนา โดยปฏิบัติงานร่วมกันภายใต้แผนขับเคลื่อนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2569
พล.ท.นรธิป กล่าวอีกว่า โดยดำเนินการขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหา 8 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ ด้านการก่อเหตุรุนแรง ด้านความมั่นคง ตามแนวชายแดน ด้านการแก้ไขปัญหาการบ่มเพาะ ด้านภัยแทรกซ้อน ด้านความเคลื่อนไหวขององค์กรระหว่างประเทศ องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรภาคประชาสังคม ด้านการพัฒนา ด้านการสร้างความเข้าใจ และด้านอื่น ๆ โดยเน้นงานการเมือง นำการทหารและการเสริมสร้างประสิทธิภาพ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรองรับการทดแทนกำลังทหารในระยะเปลี่ยนผ่าน สู่การบริหารพื้นที่ ภายใต้กลไกปกติของทางราชการ ดำเนินการควบคู่กับการสร้างความเข้าใจ การบูรณาการกับทุกภาคส่วน
พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ตั้งใจมารับฟังข้อมูลต่างๆ ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคมอย่างรอบด้าน พร้อมติดตามการจัดเตรียมข้อพิจารณาและข้อเสนอแนะ สำหรับแนวทางบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงกลาโหม โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และให้เกิดความประสานสอดคล้องเกื้อกูลกันในทุกมิติ เพื่อดูแลความปลอดภัย ทั้งชีวิตและทรัพยสินของประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รมว.กลาโหม พร้อมคณะยังได้รับฟังการบรรยายสรุปแนวคิดการปฏิบัติงานของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ด้านสถานการณ์ด้านการข่าว ภาพข่าวความเคลื่อนไหว และการปฏิบัติต่อภาพข่าวที่สำคัญ โครงสร้างการจัดและอัตรากำลัง ปี 2569 และกรอบแนวความคิดในการแก้ไขปัญหา จชต. รวมถึงแนวความคิดในการใช้กำลังและการจัดกำลังรับผิดชอบพื้นที่ ตลอดจนรับฟังปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ได้เน้นย้ำถึงความพร้อมและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การลงพื้นที่จังหวัดชายแดนในครั้งนี้ เป็นการติดตามสถานการณ์และแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่อย่างยิ่ง และขอเป็นกำลังใจให้กับกำลังพล เจ้าหน้าที่ทุกส่วน เชื่อว่าทุกส่วน ทุกหน่วยได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ
อีกทั้ง สำคัญที่สุดคือทุกส่วนต้องร่วมมือกันรักษาความปลอดภัยชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนอย่างสำคัญยิ่ง รวมถึงได้หารือถึงความคืบหน้าของแผนงานการส่งมอบพื้นที่ จากการบรรยายสรุป เห็นถึงความมั่นใจในความพร้อมของทุกหน่วยงานในพื้นที่ และคาดการณ์ว่าพื้นที่น่าจะมีความพร้อมในระดับหนึ่ง ภายในปี 2570 อย่างไรก็ตาม จะมีการประเมินอีกครั้ง เมื่อใกล้ถึงกำหนดเพื่อพิจารณาความพร้อมในการส่งมอบพื้นที่ให้กระทรวงมหาดไทย ต่อไป
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ในวันนี้มาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะแม่ทัพภาคที่ 4 ที่มารับตำแหน่งใหม่ ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่ามีส่วนใดที่กระทรวงกลาโหม จะสนับสนุนได้บ้าง โดยก่อนที่จะลงพื้นที่ ตนได้เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ก็ฝากความห่วงใย และกำชับให้ช่วยดูแลงานด้านความมั่นคง ซึ่งตนได้เน้นย้ำภารกิจในการรักษาความปลอดภัยของประชาชนมาเป็นอันดับหนึ่ง ขอให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองร่วมกันบูรณาการการทำงาน
พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีแผนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่จะมีการผ่องถ่ายให้กองกำลังในพื้นที่ดูแลนั้น จะต้องมีการทบทวนหรือไม่ ซึ่งมีการเน้นย้ำว่าให้มีการเตรียมการ ในการส่งมอบให้กับฝ่ายปกครอง พร้อมประเมินผลเป็นระยะ ในส่วนที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นมาเราก็ต้องแก้ไข รวมถึงการปรับกลยุทธ์ ซึ่งปัจจุบันผู้บัญชาการทหารบก ได้ส่งกำลังจากกองทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่มาสนับสนุน ซึ่งตามแผนหากจะมีการส่งมอบได้ก็จะดำเนินการ แต่หากส่งมอบไม่ได้ก็ต้องปรับแผน
พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์ปล้นทองและการติดตามของกลางกลับมานั้น ต้องมีการประสานกับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมทั้งทบทวนนโยบายตามแนวชายแดน แต่ในเรื่องรายละเอียดขอให้เป็นฝ่ายตำรวจ ซึ่งตนเห็นด้วยกับแม่ทัพภาคที่ 4 ที่จะเพิ่มมาตรการซีลชายแดน โดยใช้เครื่องมือและเทคโนโลยี ประกอบกับการใช้กำลัง สกัดกั้นการหลบหนีข้ามแดน โดยเพิ่มความเข้มข้นให้มากขึ้น ในส่วนเรื่องคดีขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนมั่นใจแม้จะอยู่ในห้วงการปรับเปลี่ยนกำลังซึ่งในการโยกย้าย ก็เป็นในระดับผู้บังคับบัญชาเพียงไม่กี่คน ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อการปฏิบัติของกำลังในระดับพื้นที่ ก็ยังคงอยู่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร” รมว.กลาโหม กล่าว



