เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 ต.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมเตรียมการในโอกาสเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ  โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ให้การต้อนรับ และพาเดินชมภายในกระทรวงการต่างประเทศ 

จากนั้นเวลา 15.00 น. นายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า เราได้หารือเกี่ยวกับการเตรียมการเจรจากับทางกัมพูชา รวมถึงหารือเกี่ยวกับการตอบหนังสือของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เราต้องขอบคุณในความปรารถนาดีที่อยากจะเห็นสันติภาพในภูมิภาค  โดยเฉพาะความขัดแย้งของไทยและกัมพูชา เชื่อมั่นในสันติภาพและเรามีจุดยืนที่ต้องการให้กัมพูชาตอบสนองสิ่งที่จะนำไปสู่ความสงบสุขในอนาคต  ทั้งนี้ เรายืนยันในเงื่อนไขที่เราเสนอไป 4 ข้อ  และยืนยันเรื่องนี้ไปยังผู้ที่เสนอตัวมาเป็นคนกลาง และ 2 ประเทศที่เป็นคู่กรณีก็ต้องดำเนินการด้วย ส่วนที่เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศกัมพูชาบอกว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับกัมพูชานั้น ทูตจีนประจำประเทศไทยก็บอกให้ความร่วมมือกับเราเช่นกัน ยืนยันเรื่องนี้เป็นเรื่องของไทยและกัมพูชา หวังว่าประเทศอื่นๆ ยังคงมีความปรารถนาดีที่จะเห็นว่าสถานการณ์ไม่นำไปสู่ความรุนแรงมากกว่านี้

เมื่อถามว่าการบริหารพื้นที่ที่เป็นปัญหาโดยเฉพาะบ้านหนองจาน มอบหมายกระทรวงการต่างประเทศอย่างไรในการทำความเข้าใจกับสังคมโลก นายกฯ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศจะมีหนังสือแจ้งไปยังกัมพูชาว่าเราจำเป็นต้องดำเนินการทุกอย่างเพื่อรักษาอธิปไตย และดำเนินการตามกฎหมาย อย่าไปทำอะไรที่ผิดกฎหมาย และถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องของเราก็ต้องมีกติกาสากล ต้องรักษาเกียรติภูมิของประเทศไว้ด้วย และเราพยายามทำให้มันละมุนละม่อมมากที่สุด 

เมื่อถามต่อว่าหากมีการเติมคนถือว่าผิดข้อตกลง จะไฟเขียวให้กองทัพผลักดันเลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงเขามีมาตรการที่จะดำเนินการอยู่แล้ว ตนเข้ามาวันแรกก็ยังยืนยันทางการทูตการเจรจา กระทรวงการต่างประเทศมีอำนาจเต็มที่ ด้านการป้องกันรักษาอธิปไตยทุกอย่างอยู่ที่กองทัพ รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนให้ภารกิจของกองทัพและกระทรวงการต่างประเทศ

เมื่อถามอีกว่าห่วงประเด็นเรื่องโล่มนุษย์หรือไม่ ที่กัมพูชาจะเอาเด็กและผู้หญิงมาเป็นแนวหน้า นายกฯ กล่าวว่า คำนึงถึงหลักมนุษยธรรมหลักสิทธิมนุษยชน แต่ก็ต้องนึกถึงอธิปไตยและกฎหมายที่เราไม่สามารถที่จะยอมให้ใครมาก้าวล่วงได้ ส่วนที่สื่อกัมพูชาเผยแพร่บทความว่าไทยขีดเส้นตาย 10 ต.ค. นั้น เส้นตายไม่เคยมีออกจากรัฐบาล และสิ่งที่ตนให้ความสำคัญมากที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชนชาวไทย และอธิปไตยของประเทศไทยและศักดิ์ศรีของประเทศคือสิ่งที่ตนให้ความสำคัญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครั้งนี้เป็นที่สังเกตว่า นายสันติ พร้อมพัฒน์ สมาชิกพรรคภูมิใจไทย บิดานายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ได้เข้าร่วมในการประชุมด้วย โดยมีรายงานนายสันติ อาจเข้ามามีตำแหน่งในทางการเมืองต่อไป

ทั้งนี้ภายหลังการประชุม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ นำนายกฯ และผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ เดินชมห้องแถลงข่าว พร้อมเอ่ยชมว่า สวย ไฮเทค ดูดี และมีความพร้อม จากนั้นนายกฯ สักการะพระพุทธราชไมตรีศรีสัมพันธ์ พระพุทธรูปประจำกระทรวงการต่างประเทศ พระรูปสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงการต่างประเทศ เป็นสิริมงคล ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกับผู้บริหาร กระทรวงการต่างประเทศ.