เมื่อเวลา 17.25 น. วันที่ 10 ต.ค. 68 ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณประตูเขื่อนระบายน้ำ ก่อนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา จะให้ความมั่นใจได้ว่า สถานการณ์จะไม่ซ้ำรอยปี 2554 ว่า ปริมาณน้ำน้อยกว่าปี 54 เราจะเร่งบริหารจัดการสถานการณ์น้ำให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่า มั่นใจได้หรือไม่ว่าคนกรุงเทพฯ จะไม่เผชิญน้ำท่วม คล้ายปี 2554 นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าไม่มีฝนหนักมาเติมก็มั่นใจ อีก 2-3 อาทิตย์จะเข้าสู่ปลายฤดูฝน ปริมาณน้ำทั่วประเทศ น่าจะได้ระบายคล่องตัวทำให้การท่วมขังน้อยลง
เมื่อถามถึง การลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จ.สิงห์บุรี และจ.อ่างทอง ที่เป็นพื้นที่รับน้ำ ทุกปีสถานการณ์น่าจะคลี่คลายในกี่สัปดาห์ นายอนุทิน กล่าวว่า น่าจะประมาณ 2-3 สัปดาห์ ส่วนใหญ่สิ้นเดือน ต.ค.เข้าเดือน พ.ย. สถานการณ์น่าจะดีขึ้น แต่ตอนนี้เราคิดไปไกลกว่านั้น ต้องคิดถึงเรื่องของการบริหารจัดการในระยะยาวด้วย ทุกปีเราเน้นเรื่องของการเยียวยา ใช้เงินปีละประมาณ 2 หมื่นกว่าล้านบาท ถ้าเราใช้เงินก้อนนี้มาเป็นเรื่องของการลงทุนระบบสาธารณูปโภค ระบบเขื่อน ระบบเส้นทางน้ำ ระบบฝาย เรื่องการบริหารจัดการน้ำ เราน่าจะทำให้เงินงบประมาณเหล่านี้เกิดประโยชน์มากขึ้น
เมื่อถามถึง แนวโน้มในการสร้างเขื่อนเพิ่ม นายอนุทิน กล่าวว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ต้องไปศึกษาและหาวิธีที่จะทำให้สภาพน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีคลี่คลาย ไม่เช่นนั้นทุกปีก็จะต้องเกิดปัญหาแบบนี้แล้วกลับไปก็ต้องหาตังค์มาจ่าย
“อนุมัติงบกลางชาวบ้านได้ 9,000 บาท ถามว่าวันนี้ต่อให้เขาแสนบาท เขาก็ไม่เอาหรอกเงิน ขอให้น้ำไม่ท่วมดีกว่า เราก็ต้องหาวิธีที่จะทำให้น้ำไม่ท่วมไม่ให้เขาเดือดร้อน เงินใช้พอๆ กันเลย อย่างคลองบางบาล บางไทร 20,000 กว่าล้านบาท เท่ากัน แต่ 5-6 ปีกว่าจะเสร็จเท่ากับปี 1 งบประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท แต่นี่ 20,000 ล้านบาท เยียวยาปีหนึ่ง ให้ชาวบ้านแล้วและยังไม่มีโครงการอะไรที่จะไปทำในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคเลย” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่า จากการลงพื้นที่ทุกแห่งที่เกี่ยวข้องปัญหาใหญ่ที่ทำให้การบริหารจัดการน้ำเกิดปัญหาคืออะไร นายอนุทิน กล่าวว่า มันก็มีหลายปัญหาที่ดินของชาวบ้านด้วย มาอยู่ต่างจังหวัดจะไปเวนคืนที่ของพี่น้องประชาชนเป็นเกษตรกรทำไร่ ทำนา เป็นเรื่องที่อธิบายยาก ต้องหาวิธีในการหาเทคโนโลยีใหม่ๆ น้ำก็เช่นกัน เห็นแบบนี้ อีก 6 เดือน ก็ต้องมาแก้ปัญหาภัยแล้งเป็นไปได้อย่างไร เรื่องน้ำทำอย่างไร ตนให้นโยบาย สทนช. ไปว่าทำอย่างไรได้บ้างให้ช่วยกันคิด รัชกาลที่ 9 พระราชทานแนวพื้นฐานมาแล้วเรื่องแก้มลิง แต่ด้วยสภาพนิเวศที่เปลี่ยนไป แก้มลิงที่มีอยู่อาจไม่พอต้องทำเพิ่มได้หรือไม่ แต่ให้หลีกเลี่ยงการเวนคืนที่ของประชาชน ที่ของรัฐที่ของหลวงที่ราชพัสดุ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ใช้เป็นที่เก็บกับน้ำได้หรือไม่ต้องคิดต่อไป เอาไว้หลังเลือกตั้งก่อนค่อยมาคิด
เมื่อถามย้ำว่า 4 เดือนที่จะวางรากฐานให้ได้จะทำได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รากฐานวางได้อยู่แล้ว สทนช.เป็นเจ้าภาพหลัก และค่อยกระจายไปยังหน่วยงานต่างๆ.



