เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพฯ กลุ่มคนเสื้อแดงหรือแนวร่วม นปช. ได้รวมตัวจัดกิจกรรมให้กำลังใจ “นายทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำมาแล้ว 1 เดือนเต็ม โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีมวลชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ในส่วนของกิจกรรมมีการนำอาหารและเครื่องดื่มมาแจกจ่ายให้กับผู้ร่วมงานในลักษณะ “บุฟเฟ่ต์ตามใจฉัน” ประกอบด้วยผัดไทย ข้าวหมกไก่ กระเพาะปลา ข้าวเหนียวไก่ย่าง รวมถึงของหวานอย่างไอศกรีมกะทิ น้ำดื่ม และน้ำอัดลม ให้บริการฟรีตลอดทั้งวัน

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ (11 ต.ค. 68) ถือเป็นเสาร์ที่ 5 ของการรวมตัวให้กำลังใจนายทักษิณ ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่วันแรกของการคุมขัง โดยมีนายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง เป็นผู้จัดหลัก โดยในวันนี้ “โด่ง” อรรถชัย อนันตเมฆ นักแสดงและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง “กบ ไมโคร” หรือ นายไกรภพ จันทร์ดี สมาชิกวงไมโคร และ “นายสำเริง ประจำเรือ” แกนนำคนเสื้อแดง หรือแนวร่วม นปช. เข้าร่วมกิจกรรมและกล่าวปราศรัยร่วมด้วย

โดย นายวรชัย กล่าวว่า การรวมตัวของพี่น้องคนเสื้อแดงในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย และความเห็นใจอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้รับความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรมภายหลังการยึดอำนาจทางการเมือง โดยย้ำว่านายทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 2540 และเป็นผู้นำที่สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติ ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี
“…วันนี้พวกเรามาเพราะหัวใจประชาธิปไตย พวกเราทุกคนไม่ได้มาด่าหรือเป็นศัตรูกับใคร แต่ต้องการรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนจริง ๆ ต้องมีส่วนร่วม และต้องก้าวหน้ากว่าฉบับปัจจุบัน…” นายวรชัย กล่าวและเผยต่อว่า
ประเทศไทยกำลังติดกับดักรัฐธรรมนูญที่ทำให้ผู้นำจากการเลือกตั้งต้องถูกพักหน้าที่หรือสิ้นสุดตำแหน่งก่อนครบวาระหลายต่อหลายคน ซึ่งถือเป็นปัญหาหลักของระบบการเมืองไทย พร้อมเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองและสมาชิกรัฐสภา ร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าและหลุดพ้นจากวงจรอำนาจนอกระบบที่ฉุดรั้งประเทศมานาน

ด้าน นายอรรถชัย อนันตเมฆ กล่าวต่อว่า ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยตกอยู่ในกับดักทางเศรษฐกิจและการเมือง จากการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้ง โดยเฉพาะการมีผู้นำจากการรัฐประหารซ้ำซาก ทำให้การพัฒนาประเทศไม่ต่อเนื่องและตามไม่ทันประเทศเพื่อนบ้าน ประชาชนหากินฝืดเคือง เด็กจบใหม่ไม่มีงานทำ และสินค้าไทยไม่เป็นที่ต้องการในตลาดโลก เป็นผลจากโครงสร้างรัฐธรรมนูญและระบบการเมืองที่ไม่เปิดโอกาสให้รัฐบาลที่มาจากประชาชนได้บริหารงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งรัดการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกวุฒิสภาบางรายที่มีข้อสงสัยว่ามีความเกี่ยวพันกับพรรคการเมือง โดยเห็นว่าการปล่อยให้บุคคลเหล่านี้ดำรงตำแหน่งต่อไป จะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
“…วันนี้ถือเป็นวันรำลึกถึงอดีตนายกรัฐมนตรีในดวงใจของพี่น้องประชาชน โดยทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมล้วนมาด้วยความสมัครใจ ไม่มีใครจ้างหรือมีผลประโยชน์ใด ๆ แอบแฝง ทุกคนควักเงินเอง เดินทางมาเพราะศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย และเห็นใจอดีตผู้นำที่ยอมสละอิสรภาพเพื่อประเทศชาติ เขาย้ำว่าคดีของนายทักษิณ เป็นผลจากการรัฐประหารและการแก้ไขกฎหมายบางฉบับที่เปิดทาง ให้มีการพิจารณาคดีลับหลังจำเลยและไม่มีอายุความ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมต่อบุคคลใดก็ตาม…” นายอรรถชัย กล่าว

ด้าน “กบ ไมโคร” หรือ นายไกรภพ จันทร์ดี สมาชิกวงไมโคร เปิดเผยว่า การมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นไปในฐานะงานบุญกุศล โดยระบุว่าพ่อของตนซึ่งเคยเป็นพี่น้องคนเสื้อแดง และปัจจุบันบวชเป็นพระภิกษุ มีอายุ 90 ปี ได้ฝากให้มาดูแลการจัดเตรียมต้นกฐิน เพื่อจะนำไปถวายในพิธีกฐินที่วัดโคกสว่าง ต.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ในวันที่ 18 ตุลาคม นี้ โดยต้นกฐินดังกล่าวเป็นของ “หลวงพ่อสะอาด จันทร์ดี” พระนักพัฒนาที่ตั้งใจจะครองสมณเพศตลอดชีวิต
นายไกรภพ กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในฐานะ “โหวตเตอร์” ว่า ตนไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง แต่ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง อยากให้ทุกคนใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารและวิเคราะห์แยกแยะอย่างมีเหตุผล พร้อมยืนยันว่า “ยังคงยืนอยู่ในจุดเดิม และไม่เปลี่ยนใจ” โดยมองว่า 20 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่รัฐประหารปี 2549 ประเทศไทยยังไม่สามารถหลุดพ้นจากวงจรความขัดแย้งได้เสียที พร้อมเสนอว่า “แลนด์สไลด์” คือคำตอบเดียวที่จะทำให้ทุกฝ่ายยุติความขัดแย้งได้อย่างแท้จริง เพราะหากไม่มีการชนะอย่างเด็ดขาด ปัญหานี้อาจยืดเยื้อไปอีก 5 ถึง 10 ปี หรืออาจถึงรุ่นหลานรุ่นเหลน

นายไกรภพ ยังกล่าวเน้นว่า การแก้ปัญหาของประเทศ ต้องอาศัยระบบที่ยุติธรรมทุกเฟืองหมุนอย่างตรงไปตรงมา และขอให้ประชาชนยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อโดยไม่ถูกกระแสโซเชียลมีเดียพาไป พร้อมย้ำว่า “…ถ้าใจมั่นคงและเชื่อว่าสิ่งที่ทำคือสิ่งที่ถูกต้อง ก็ไม่มีอะไรต้องหวั่นไหว..”
ขณะที่ นายสำเริง ประจำเรือ หรือ “ดร.สำเริง” แกนนำคนเสื้อแดง แนวร่วม นปช. ได้ปราศรัยระบุว่า วันนี้ผู้ที่มาร่วมส่วนใหญ่เป็นคนที่เคยต้องคดีหรือเคยติดคุกทั้งสิ้น ซึ่งต่างมีจุดร่วมเดียวกันคือ “คิดถึงท่านทักษิณ” และเห็นว่าผู้ที่อยู่ในเรือนจำในวันนี้ไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริง โดยกล่าวว่า เขาบอกว่ายุติธรรม แต่ผมบอกได้เลยว่า มันคือการยุติความเป็นธรรมทั้งหมด โดยเฉพาะกับคนเสื้อแดงและคนของพรรคเพื่อไทย ประเทศวันนี้ติดอยู่ในกับดักของสองสิ่ง คือการปฏิวัติโดยทหารและการปฏิวัติโดยกฎหมาย ซึ่งทำให้ความยุติธรรมถูกบิดเบือนจนประชาชนจำนวนมากหมดศรัทธา พร้อมย้ำว่าหากวันใดประชาชนลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรมอย่างแท้จริง วันนั้นจะเป็นการปฏิวัติของประชาชนที่แท้จริง

ในช่วงท้ายของกิจกรรม มวลชนคนเสื้อแดงได้กล่าวร่วมกันว่า “คนที่อยู่ข้างในคือคนที่มีคุณงามความดีต่อประเทศชาติและประชาชนมากมาย” พร้อมประกาศจะเดินหน้ารวมพลังให้กำลังใจนายทักษิณ ทุกวันเสาร์ต่อเนื่อง โดยจะเชิญชวนพี่น้องจากทุกจังหวัดเข้าร่วม เพื่อยืนยันจิตใจแห่งความศรัทธาในผู้นำที่พวกเขารักและเชื่อมั่น ทั้งนี้ วันนี้กิจกรรมดำเนินไปจนถึงเวลา 17.00 น. ก่อนที่ผู้ร่วมงานจะแยกย้ายกลับ โดยมีการร่วมกันทำความสะอาดพื้นที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อคงความเรียบร้อย แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม.



