จากปัญหาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช.) อาจเกิดปัญหาสภาพคล่อง เนื่องจากค้างจ่ายเงินกับโรงพยาบาลในส่วนของสิทธิบัตรทอง นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นข้อห่วงใยสถานการณ์ทางการเงินของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ว่า เชื่อว่า รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณมาเติมให้กับโรงพยาบาลที่มีความจำเป็นต้องรักษาพยาบาลแต่งบประมาณไม่เพียงพอ นอกจากนี้ จะสนับสนุนงบกลางให้อีก 4 พันล้าน

“ที่ว่ามีวิกฤติทางการเงินระดับ 7 หรือวิกฤติสีแดง หากนำโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงทั้งหมดมารวมกันแล้ว ก็ยังไม่ถึงขั้นติดลบ ได้นำเสนอทาง สปสช.ถึงการให้บริการระบบหลักประกันสุขภาพฯ หรือ 30 บาทที่ติดลบอยู่นั้น จะนำไปสู่การวิเคราะห์และตั้งงบประมาณในปีต่อไป คือ ปีงบประมาณ 2570 ซึ่งกำลังทำตัวเลขกันอยู่ ว่าจะของบเพิ่มเท่าไร”

เมื่อถามว่า มีข้อห่วงใยนโยบายที่เพิ่มเข้ามา อย่าง ฟอกไตฟรีทุกแห่ง จะกระทบต่อการจัดสรรงบของ สปสช.ให้โรงพยาบาลหรือไม่ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า คิดว่าเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน นอกจากงบประมาณจากบัตรทองแล้ว ยังจำเป็นต้องพิจารณาแหล่งรายรับอื่นๆด้วย ซึ่งนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว. สาธารณสุข สนับสนุน เช่น การจัดบริการประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้ลงทะเบียน ก็ให้มาลงทะเบียนผ่านทางกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการให้บริการ “คลินิกพรีเมียม” สำหรับกลุ่มที่จ่ายได้ นี่เป็นแผนส่วนหนึ่งที่รัฐมนตรีให้แนวทางไว้

วาระการเมืองประจำสัปดาห์นี้ คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 14-15 ต.ค.ในวาระแรก มีร่าง 3 ร่างคือ ของพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน ( ปชน.) และพรรคภูมิใจไทย ต้องรอดูว่า ที่ประชุมจะใช้ร่างไหนเป็นร่างหลักในการพิจารณาวาระสองและสาม

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะโฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวว่า การพิจารณารับหลักการ วาระ1 คงรับทุกร่าง แต่ละร่างมีข้อดี ข้อเสีย มั่นใจว่า ทั้ง 3ร่างจะผ่านวาระที่ 1 เพราะใช้เสียง สว.แค่ 1ใน3 หรือ 67 เสียง ส่วนร่างพรรค ปชน.นั้น ตนติดใจเรื่องแก้หมวด 1 หมวด 2 ส่วนตัวไม่เห็นด้วย อีกประเด็นคือ การเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญระบุชัดเจน ห้ามเลือกโดยตรงจากประชาชน ( ร่างของ ปชน.ให้เลือกล้อกับ สส.บัญชีรายชื่อ บัญชีประเทศ 70 คน ให้สภาตัดเหลือ 35 คน แล้วให้เลือกตั้งที่ปรึกษายกร่างแต่ละจังหวัด ) ร่างพรรค ปชน. มี 2 ประเด็นนี้เป็นหลักที่ติดใจ

นายอลงกต วรกี สว. กล่าวว่า การพิจารณาครั้งนี้คือขั้นตอนรับหลักการ ถ้าสว.ไม่รับจะเกิดอะไรขึ้น สังคมจะประณามหรือไม่ เพราะหลายพรรคการเมืองหาเสียงจะแก้รัฐธรรมนูญที่ต้องใช้เสียง สว.สนับสนุน แต่ศาลรัฐธรรมนูญระบุชัดเจนให้ทำประชามติ ดังนั้นกระบวนการเห็นชอบในหลักการน่าจะไม่ใช่ปัญหา เพราะแค่เห็นชอบในหลักการ แต่ไม่ได้เห็นชอบเนื้อหา ตนจะอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ควรมีธงไปทางไหน จะตั้งคำถามว่า รัฐธรรมนูญปัจจุบันแก้ปัญหายาเสพติด ปัญหาหนี้สิน การฮั้วแก้รัฐธรรมนูญได้หรือไม่ รัฐธรรมนูญจะทำให้คนมีความรู้สึกว่า มีหน้าที่มากขึ้นหรือมีคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ สังคม ดีขึ้นหรือไม่ จะมองทุกมุม

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า หลัก ๆ ที่ต้องอภิปราย ต้องคุยกันคือ วิธีการเลือกกลุ่ม-คณะที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ แต่ก็ได้วางเผื่อไว้ว่าอาจจะต้องไปถึงการอภิปรายเพื่อชี้แจงด้วยว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาอย่างไร ทำไมต้องแก้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเอาร่างใดเป็นร่างหลัก คิดว่าทุกพรรคมั่นใจในร่างของตัวเอง ซึ่งหากต่างคนต่างโหวต ทุกคนก็อยากให้เริ่มด้วยการที่เห็นไปด้วยกันระดับหนึ่ง ฉะนั้น ต้องคุยกับตัวแทนของแต่ละพรรคอีกครั้งหนึ่ง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากแจ้งต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการช่วยเหลือประชาชน ไม่อยากให้ทำแบบฉาบฉวย นั่งหัวโต๊ะสั่งการส่วนราชการ ร้องเพลง ทำกับข้าว ไปแต่ละจังหวัดเพียงไม่กี่นาทีก็ไปอีกจังหวัด และการไปในจังหวัดต่างๆดูเหมือนว่าจะมีผลประโยชน์ทางการเมืองแอบแฝงหรือไม่

“ไปเรื่องน้ำท่วม จ.ชัยนาท สิงห์บุรี ก็ไปจีบ สส.ในจังหวัด ชักชวนให้มาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย อ้อนชาวบ้านให้เลือกพรรคตัวเองกลับมา ทั้งที่ยังไม่เข้าสู่ฤดูกาลหาเสียงเลือกตั้ง แต่ไปซื้อใจกันล่วงหน้าเอาไว้แล้ว ไม่อยากเห็นการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนเป็นฉากบังหน้า แต่ลึกๆแท้จริงแล้ว หวังประโยชน์การเมืองส่วนตัว และพวกพ้อง”

“วันที่ 11 ต.ค. นายอนุทินไป จ.สงขลา จ.ปัตตานี ประชุมร่วมกับส่วนราชการและผู้ว่าราชการภาคใต้ ขอให้ไปประชุมรับมือแก้ไขเรื่องเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่ ช่วยเหลือ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่ได้รับบาดเจ็บจากความไม่สงบจริงๆ ไม่ต้องหยอดคำหวาน ให้กับ สส.สงขลาต่างพรรค สส.ภาคใต้ที่ไม่ได้สังกัดพรรคภูมิใจไทย ขอตั้งคำถามดักทางเอาไว้ว่าจะลงพื้นที่ตรวจราชการช่วยประชาชนทำไปเลย อย่าใช้เวลานับถอยหลัง 4 เดือน เอาแต่เช็กเรตติ้ง หาเสียง วางมัดจำทำสัญญาใจล่วงหน้า เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า พรรคส้มที่คอยค้ำยันให้รัฐบาลไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือ ข้อตกลง MOA ดูเหมือนจะเป็นกระดาษเปื้อนหมึก พรรคภูมิใจไทยสะสมกองกำลัง เดินสายหยอดคำหวาน ชักชวน สส. ให้มาร่วมงาน เปิดตัวกันอย่างเอิกเกริก แต่ยังนิ่งเงียบ หรือเป็นเพราะในวันนี้ยังภูมิใจอยู่ ใครจะดูดก็ดูดไป แต่อย่ามาดูดพรรคพวกในค่ายสีส้ม.