เมื่อวันที่ 12 ต.ค. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข และในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด สปสช. ครั้งที่ 10/2568 เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอ “บริการรังสีสามมิติแปรความเข้มด้วยเครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอน พร้อมระบบภาพนำวิถีด้วยคลื่นแม่เหล็ก” ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ซึ่งเป็นบริการการแพทย์ขั้นสูง โดยให้ใช้งบประมาณจากงบบริการกรณีเฉพาะของปีงบประมาณ 2569 รวม 18 ล้านบาท โดยให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดำเนินการเพื่อให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงบริการ

นายพัฒนา กล่าวว่า บริการการแพทย์ขั้นสูงด้วยเครื่องฉายรังสีสามมิติ (MRI-guide liner accelerator : MR Linac) ปัจจุบันมีโรงพยาบาลศิริราชเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถให้บริการนี้ได้ ซึ่งเครื่องฉายรังสีสามมิติเป็นประโยชน์อย่างมากในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง เนื่องจากมีระบบการทำภาพคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าบนเตียงฉายรังสี ทำให้เห็นรายละเอียดของก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อข้างเคียงได้อย่างชัดเจน ทำให้เห็นการเปลี่ยนตำแหน่ง หรือการเปลี่ยนรูปร่างของก้อนเนื้อในแต่ละครั้งที่ฉายรังสีรักษาได้ ทำให้แพทย์ผู้ให้การรักษาสามารถปรับเปลี่ยนการรักษาให้เหมาะสมกับภาวะของก้อนเนื้อที่เปลี่ยนไปได้ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการฉายรังสีรักษา

“จากข้อมูลจากการใช้เครื่องฉายรังสีสามมิติ ในตัวอย่างผู้ป่วยมะเร็ง ทั้งมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับและทางเดินน้ำดี และมะเร็งตับอ่อน พบว่ามีประสิทธิภาพการรักษาที่ดี ดังนั้นในวันนี้ บอร์ด สปสช. ได้อนุมัติให้เป็นบริการเพื่อเพิ่มการรักษาให้กับผู้ป่วยมะเร็งสิทธิบัตรทอง ทำให้เข้าถึงการรักษาด้วยเครื่องมือและบริการทางการแพทย์ขั้นสูงดังกล่าวโดยไม่มีค่าใช้จ่าย” นายพัฒนา กล่าว

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า จากการติดตามและศึกษาการรักษาผู้ป่วยมะเร็งของโรงพยาบาลศิริราช ที่ได้ใช้เครื่องรังสีสามมิติแปรความเข้มด้วยเครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอน พร้อมระบบภาพนำวิถีด้วยคลื่นแม่เหล็ก หรือเครื่อง MR Linac มาตั้งแต่ปี 2564 พบว่ามีประสิทธิภาพในการรักษา และมีจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2567 มีผู้ป่วยมะเร็งเข้ารับการรักษาด้วยเครื่องนี้ถึง 261 ราย

สำหรับในส่วนผู้ป่วยสิทธิบัตรทองที่มีภาวะเจ็บป่วยในกลุ่มโรคที่เข้าเงื่อนไขการเข้ารับบริการด้วยเครื่องรังสีสามมิติแปรความเข้มด้วยเครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอนฯ มีทั้งหมด 9 โรค ประกอบด้วย 1. มะเร็งที่ศีรษะและคอ 2. มะเร็งช่องท้อง 3. มะเร็งปอด 4. มะเร็งตับ 5. มะเร็งเต้านม 6. มะเร็งต่อมลูกหมาก 7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ 8. มะเร็งสมอง และ 9. มะเร็งอื่นๆ ที่อยู่ในระยะแพร่กระจาย ซึ่งตั้งเป้าหมายผู้ป่วยมะเร็งสิทธิบัตรทองที่เข้าเงื่อนไขเข้ารับบริการปีละ 150 คน  งบประมาณจำนวน 18 ล้านบาท โดยเป็นการจ่ายชดเชยค่าบริการแบบเหมาจ่ายรายปีให้กับโรงพยาบาลศิริราช เพราะเป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวในประเทศไทยที่ให้การรักษา ครอบคลุมการให้บริการ 3 รายการ คือ บริการการถ่ายภาพด้วยเครื่องจำลอง บริการทวนสอบตำแหน่งการฉายรังสีด้วย MRI/รังสีรักษาปรับตัว และบริการคำนวณปริมาณ/ปรับทวนสอบด้วยภาพคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

“แนวโน้มผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยพบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่กว่า 1 แสนรายต่อปี และด้วยเป็นโรคที่มีภาวะซับซ้อนและต้องใช้เทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงที่มีให้บริการเฉพาะในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพ เพื่อทำการรักษา ซึ่งจากมติบอร์ด สปสช. ในวันนี้จะเป็นการเพิ่มโอกาสทางการรักษาให้กับผู้ป่วยได้มากขึ้นภายใต้สิทธิบัตรทองโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกัน สปสช. ก็จะเร่งในด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ควบคู่ไปกับการหาแนวทางการรักษาโรคที่มีประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น” เลขาธิการ สปสช. กล่าว.