เมื่อเวลา 09.43 น. วันที่ 14 ต.ค. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นพิเศษ โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ …) พ.ศ. … มาตรา 256 แก้ไขเพิ่มเติม 15/1 เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีทั้งหมด 3 ฉบับ ของพรรคประชาชน (ปชน.) เพื่อไทย (พท.) และ ภูมิใจไทย (ภท.)

ซึ่งก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ ประธานรัฐสภา ได้แจ้งกรอบเวลาการประชุม ตามมติวิป 3 ฝ่าย ในช่วงระหว่างวันที่ 14-15 ต.ค. 68 ดังนี้ กรอบระยะเวลาพิจารณา 19 ชั่วโมง 30 นาที แบ่งเป็น ประธานของที่ประชุม 1 ชั่วโมง สว. 5 ชั่วโมง 30 นาที สส.ฝ่ายรัฐบาล 3 ชั่วโมง สส.ฝ่ายค้าน 10 ชั่วโมง สำหรับการลงมติใช้วิธีการขานชื่อแบบเปิดเผยเป็นรายบุคคล คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
จากนั้นเวลา 09.55 น. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เสนอหลักการและเหตุผล ว่ารัฐธรรมนูญปี 60 ไม่สามารถปราบโกงได้จริง ปราบได้เฉพาะคนที่อยากปราบเท่านั้น ซึ่งพรรคประชาชนได้กำหนดให้มีจำนวนผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ 135 คน ประกอบด้วย 1.คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน โดยให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เลือกมาจากระบบบัญชีรายชื่อที่ผู้สมัครรวมกันเป็นกลุ่มบุคคลตั้งแต่ 17-70 คน ใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง โดยให้ประชาชนเลือกมา 70 คน จากนั้นส่งให้รัฐสภาคัดเลือกเหลือ 35 คน 2.สภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญ 100 คน มีหน้าที่รับฟังความเห็นจากประชาชน ส่งเนื้อหาให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มาจากการเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยให้แต่ละจังหวัด มีสมาชิกสภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญ 1-5 คน ตามจำนวนประชากร ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ร่างรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนมีจุดแข็งคือ กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด โดยไม่ขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และกำหนดเนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้รับรองความเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ และให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย
“หลักการสำคัญที่เราตัดสินใจร่วมกันวันนี้ ต้องการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ผมย้ำว่าแม้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่แก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่รัฐธรรมนูญก็เปรียบเหมือนกับอากาศ เป็นอะไรที่อาจจะล่องหน อาจจับต้องได้ยาก แต่ส่งผลกระทบต่อเราได้ทุกวินาที ถ้ารัฐธรรมนูญและอากาศดี บริสุทธิ์ แน่นอนไม่ใช่การค้าขายจะดีขึ้นทันที หรือเศรษฐกิจจะดีขึ้นทันที แต่ถ้ารัฐธรรมนูญและอากาศเป็นพิษจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในการทำมาหากินของเราแน่นอน และศักยภาพของประเทศในการแข่งขันกับโลก” นายพริษฐ์ กล่าว.



