เมื่อเวลา 13.27 น. วันที่ 14 ต.ค. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นพิเศษ โดยมีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม  เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ …) พ.ศ. … มาตรา 256 แก้ไขเพิ่มเติม 15/1 เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมี 3 ฉบับ ได้แก่ พรรคประชาชน (ปชน.) เพื่อไทย (พท.) และ ภูมิใจไทย (ภท.)

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. กล่าวอภิปรายว่า สว.ส่วนใหญ่ไม่คิดขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ และเคารพประชาชน 16 ล้านเสียง ที่ลงมติเห็นชอบรัฐธรรมนูญปี 2560 ขอเน้นไปที่ร่างพรรคประชาชนที่สุ่มเสี่ยงขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ขอตั้งชื่อว่า “ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเซาะกร่อนบ่อนทำลาย” ใน 6 ประเด็นคือ 1.มีเจตนาแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 และ 2 อย่างชัดเจน สะท้อนผ่านเนื้อหาร่างแก้ไข มาตรา 256/26 อนุ 2 ที่ระบุว่า “การให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ขอถามว่า วันนี้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องมีการให้ใช่หรือไม่ จำเป็นต้องร้องขอพรรคประชาชนให้มีบทบัญญัติเช่นนี้ในรัฐธรรมนูญฉบับต่อไป ทั้งที่รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 2 ระบุว่า “ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” เหตุใดจึงไม่เขียนว่า “รับรองให้มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” พรรคประชาชนไม่เข็ดใช่หรือไม่ว่า พรรคก้าวไกลถูกยุบพรรคเพราะมีเจตนาเซาะกร่อนบ่อนทำลายให้สถาบันชำรุดทรุดโทรมหรืออ่อนแอ ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256/25 อนุ 2 แสดงเจตนาแก้ไขบทบัญญัติหมวด 1 และ 2 ในรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ ได้เตรียมหาชื่อพรรคใหม่หรือยัง การเขียนเช่นนี้มีเจตนาเซาะกร่อนบ่อนทำลายอย่างชัดเจน

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า 2.บันทึกหลักการและเหตุผลร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนระบุว่า รัฐธรรมนูญปัจจุบันมีปัญหาความชอบธรรมทางประชาธิปไตย เชื่อมโยงกับคณะรัฐประหาร ถูกรับรองโดยกระบวนการ ประชามติที่ไม่เสรีและเป็นธรรม เป็นการกล่าวหาเสียงประชาชน 16 ล้านคนที่เห็นชอบรัฐธรรมนูญปัจจุบันนิยมเผด็จการ 3.การให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมาจากการเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อาจขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุ รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง อาจเป็นเหตุให้มีผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างแก้รัฐธรรมนูญขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงร่างพรรคเพื่อไทยก็มีความเสี่ยงเช่นกัน 4.สภาที่ปรึกษายกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่จำเป็นต้องมีให้สิ้นเปลืองงบประมาณ 5.คุณสมบัติคณะกรรมาธิการยกร่างและสภาที่ปรึกษายกร่างรัฐธรรมนูญที่ยกเว้นให้ผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองมาลงสมัครได้ กำลังเปิดโอกาสให้ใครบางคนเป็นกรณีพิเศษ หรือหางานทำให้ผู้มีบารมีนอกพรรค ผู้นำจิตวิญญาณของพวกท่านมาเป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า 6.การลงคะแนนให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสองสภา ปัจจุบัน สส.มี 500 เสียง สว. 200 เสียง หาก สส.รวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่ง ก็ผ่านรัฐธรรมนูญได้เลย อาจขัดรัฐธรรมนูญ เพราะไม่เกิดการถ่วงดุล 2 สภา และกำหนดให้พิจารณาวาระเดียว ขัดกับการพิจารณากฎหมายทั่วไปมี 3 วาระ หวังว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ คงไม่มีเจตนานำ 2 คำนี้ออกไปคือ 1.ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ 2.ไม่มีพฤติกรรมเป็นที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ออกจากรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นคำที่พวกท่านกลัวมากๆ เพียงเพราะช่วยเหลือใครบางคนให้กลับไปเป็นนักการเมืองและรัฐมนตรี.