เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่รัฐสภา นายสฤษดิ์ บุตรเนียร รองประธานคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานและศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน รวมทั้งมาตรการเยียวยาความเสียหายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ คนที่สอง พร้อมด้วย นายนิติพล ผิวเหมาะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รับยื่นหนังสือจาก น.ส.ยุวนุช เกียรติวงศ์ ผู้ประสานงานกลุ่มทวงคืนช้างไทย และคณะเพื่อขอทวงคืนช้างไทยในประเทศศรีลังกา
น.ส.ยุวนุช กล่าวว่า สืบเนื่องจากการที่รัฐบาลไทยในสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ปี 2523 และรัฐบาลสมัยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ ปี 2544 ได้ทำการส่งช้างไทยซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของชาติไปที่ประเทศศรีลังกาเพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ และมีการส่งช้างไปจำนวนหลายเชือกโดยไม่มีการทำสัญญาข้อตกลงใด ๆ เพื่อปกป้องชีวิตความเป็นอยู่ของช้างไทย และไม่มีข้อตกลงในการดูแลตามหลักสวัสดิภาพสากลของโลก ซึ่งมีภาพปรากฏตามสื่อมวลชนว่ามีภาพช้างไทยถูกทารุณกรรมในรูปแบบต่าง ๆ
น.ส.ยุวนุช กล่าวต่อว่า รวมทั้งนำช้างไทยไปไห้เอกชน (วัด) ใช้หาเงิน และเมื่อวัดนำไปใช้เดินรณรงค์งานประเพณีที่มีการนำเอาไฟมาประดับประดาตามร่างกาย ทำให้ช้างได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส รวมถึงการนำช้างไปลากไม้ ถ่ายโฆษณา เล่นภาพยนตร์ ยืนรับเงินบริจาคให้คนลอดใต้ท้อง และใช้งานอื่น ๆ ซึ่งไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ขอมายังประเทศไทย ภาพการทารุณกรรมที่เป็นประจักษ์ในสายตาของคนทั่วโลกทำให้คนรักสัตว์ทั่วโลกต่างประณามการทารุณกรรมช้างดังกล่าว ทั้งนี้ มีช้าง 2 เชือก คือ พลายประตูผาและพลายศรีณรงค์ ที่มีอายุมากแล้ว ควรได้รับการปลดปล่อยให้พ้นจากความทุกข์ทรมานเหล่านั้น กลุ่มทวงคืนช้างไทย จึงขอให้คณะ กมธ.และ สส. ดำเนินการหาแนวทางในการนำช้างไทยกลับสู่มาตุภูมิอย่างภาคภูมิ
นายสฤษดิ์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ขอรับเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะ กมธ. พร้อมทั้งจะเร่งดำเนินการประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทวงคืนช้างไทยให้กลับมายังมาตุภูมิโดยสวัสดิภาพ
ด้านนายนิติพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะของ สส. จะดำเนินการเร่งรัดทวงคืนช้างไทยทั้ง 2 เชือกให้กลับมายังมาตุภูมิอย่างปลอดภัยโดยเร็ว



