เมื่อวันที่ 15 ต.ค. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กรมสรรพากรตรวจสอบข้อเท็จจริงรายการโหนกระแสเกี่ยวกับรายได้การขายหรือให้เช่าพระเครื่อง และรายได้จากการไลฟ์สดขายของบุคคลต่าง ๆ ที่นำมาออกโชว์ในรายการดังกล่าว  ว่ารายได้ต่าง ๆ ที่โชว์ในรายการนั้นเป็นความจริงหรือไม่ มีการเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรโดยถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ รวมทั้งนำข้อเท็จจริงดังกล่าวไปตรวจสอบขยายผลเกี่ยวกับรายการอื่น ๆ ที่มีการอวดโชว์รายได้ต่าง ๆ นั้น มีการเสียภาษีให้กรมสรรพากรโดยถูกต้องครบถ้วนหรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวว่า  ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อสาธารณะของรายการดังกล่าว โดยเฉพาะรายการพระเครื่องมีการออกหลายครั้งที่แสดงถึงราคาขายหรือเช่าพระที่มีมูลค่าหลายสิบล้านบาทของบุคคลต่าง ๆ ที่แสดงถึงการมีเงินได้พึงประเมินแล้ว ประกอบกับนโยบายของกรมสรรพากร ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการจัดเก็บภาษีให้รัฐบาลเพื่อนำไปเป็นงบประมาณในการบริหารราชการแผ่นดินภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ดังนั้น จึงมีเหตุอันควรนำข้อเท็จจริงในรายการดังกล่าวมาเป็นตัวอย่างให้นายกรัฐมนตรีทราบเพื่อนำไปสั่งการให้ รมว.คลัง ซึ่งเคยเป็นอธิบดีกรมสรรพากรมาก่อนแล้ว นำข้อเท็จจริงดังกล่าวไปตรวจสอบและขยายผลเกี่ยวกับรายการดังกล่าวและรายการอื่น ๆ ที่มีการอวดโชว์รายได้ต่าง ๆ นั้น มีการเสียภาษีให้กรมสรรพากรโดยถูกต้องครบถ้วนหรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า ภาษีที่ควรเสียให้กรมสรรพากร หมายความรวมถึงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงควรตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยว่า รายการต่าง ๆ ที่โชว์นั้น ถือเป็นการขายสินค้าหรือบริการหรือไม่ และมีการจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น ใบทะเบียนพาณิชย์ ใบทะเบียนการค้า โดยถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ เรื่องนี้ขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจอีกทางหนึ่งด้วย