เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีปัญหางบประมาณหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือกองทุนบัตรทอง ที่กำลังถูกจับตามองว่า งบไม่เพียงพอ เป็นหนี้โรงพยาบาลต่างๆ ว่า เรื่องนี้ตนได้พูดกับคณะผู้บริหารของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งต้องเอกซเรย์ให้เห็นถึงสาเหตุที่แท้จริงว่า ที่โรงพยาบาลขาดทุนนั้น สาเหตุจากอะไร เพื่อแก้ไขได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลระยะสั้นจะพยายามวางรากฐาน และหาความจริงเพื่อเดินไปข้างหน้า
“นโยบายคือ ไม่หมกปัญหาไว้ใต้พรมอย่างแน่นอน ซึ่งท่านรมว.สาธารณสุข และท่านรมช.สธ. ผู้บริหาร สธ. และสปสช. ล้วนเห็นตรงกันว่า สิ่งที่เป็นข่าวขณะนี้ ก็ต้องชี้แจงสังคมได้โดยข้อเท็จจริง ซึ่งหน่วยงานต้องหาข้อเท็จจริง รอเวลาหน่อย ทำความจริงให้ปรากฏ เรามีการตามเรื่องนี้อยู่” นายโสภณ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องกองทุนบัตรทอง ไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อแสวงหากำไร การดูแลประชาชนก็ขาดทุน แต่ขาดทุนด้วยเหตุผลใด สมเหตุสมผลหรือไม่ ตอนนี้ถือเป็นมิติใหม่ อย่างใช้คำว่า ธรรมาภิบาล ซึ่งสปสช.ยุคใหม่มีธรรมาภิบาล อย่างไรก็ตาม ย้ำว่า โครงการไหนเป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็สามารถใช้งบกลางได้ แต่ต้องตอบคำถามว่าเอาไปใช้อะไร แต่อย่างไรระบบสาธารณสุขต้องเดินหน้า และจะไม่กระทบต่อการบริการแน่นอน กระทรวงสาธารณสุขบริหารจัดการได้ อะไรมีปัญหาต้องใช้งบกลางก็ต้องใช้
นายโสภณ กล่าวถึงแนวทางพัฒนาระบบบัตรทอง ว่า ตอนนี้ทุกพื้นที่ได้รับเงินอุดหนุนแบบเดียวกันหมด ต้องมาดูว่า พื้นที่ไหนจะอุดหนุนได้เป็นพิเศษ สปสช.ก็ต้องทำ จะลดความเหลื่อมล้ำได้ แต่สิ่งสำคัญยุคนี้เราเน้นการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคในระดับปฐมภูมิ ก็ต้องให้การสนับสนุนต่อไป
ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการจัดสรรงบกลางจำนวน 8 พันล้านบาท โดย 4 พันล้านบาทจะมาช่วยโรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง ว่า งบกลาง เกิดจากการให้บริการเกิน และติดหนี้อยู่ ก็น่าจะเป็นการจ่ายตามบริการที่ได้ไม่ครบ ส่วนกรณีรพ.ขาดทุน ขาดสภาพคล่อง ก็จะแก้ไขด้วยการบริหารจัดการในภาพเขต ภาพจังหวัด หากจังหวัดไหนมีรพ.ขาดทุน แต่ทั้งจังหวัดไม่ได้ขาดทุนก็ต้องมาปรับเกลี่ย และไปดูสาเหตุว่าปัญหาการเงินที่เกิดขึ้นเพราะอะไร จากการบริการ หรือจากการบริหาร ก็ต้องแก้ไขให้ตรงจุด
“เราดูภาพรวมของทั้งประเทศ จาก รพ.ทั้งประเทศยังไม่ได้ติดลบ ที่เห็นตัวเลขติดลบ 400 กว่าแห่ง แต่ก็ยังมีอีก 400 กว่าแห่งไม่ติดลบ และเมื่อเอาเงินบำรุงลบหนี้สินแล้วยังบวกอยู่ 2 หมื่นล้านบาท แต่ยอมรับว่าเทรนเริ่มตกลงมา ก็ต้องเข้าไปดูว่ามาจากทั้งกระทรวงฯ และการจัดสรรงบประมาณก็ต้องแก้ไขให้ถูกจุด” ปลัดสธ. กล่าว



