เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติรับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ … พ.ศ. … โดยใช้ร่างของพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก ว่า ก็ต้องยอมรับว่า ตามกติการัฐสภา ในระบบประชาธิปไตย เมื่อเสียงของร่างพรรคประชาชนมากกว่าร่างของพรรคภูมิใจไทย ก็ยอมรับได้ เพราะเป็นกติกาประชาธิปไตย
เมื่อถามว่ามีบางส่วนกังวลว่าร่างของพระประชาชนจะเปิดทางให้ไปแตะหมวด 1 หมวด 2 นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า อย่างที่ตนอภิปรายไว้ในสภา ตนมีประเด็นที่ห่วงอยู่ 6 ประเด็น ซึ่งตนจะเข้าไปเป็นกรรมาธิการร่วมด้วย จะพยายามไม่ให้ความสุ่มเสี่ยงที่ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ก็ต้องคุยกันในกรรมาธิการจริงๆ ว่าเขาพอจะแก้ไขหรือปรับปรุงตรงไหนได้บ้าง ต้องไปว่ากันในวาระ 2
เมื่อถามว่าหากตกลงกันในกรรมาธิการไม่ได้ แล้วเนื้อหามีความสุดโต่งมากเกินไป จะเปิดช่องให้คนสามารถไปร้องได้หรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ตราบใดที่อยู่ในวาระ 2 ก็ยังอยู่ในขั้นการพิจารณา ตนก็มีอำนาจที่จะสงวนคำแปรญัตติ แล้วไปว่ากันในวาระ 3 อีกที ซึ่งวาระ 3 จะเป็นวาระตัดสิน ว่าจะรับร่างที่มันออกมาหน้าตาเป็นอย่างไรได้หรือไม่
เมื่อถามว่าฝั่งพรรคประชาชนก็รู้สึกแปลกใจได้ผ่านเป็นร่างหลัก และมีความกังวลว่าจะโดนหลอกเข้าไปในเกมอะไรหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า “โห ไม่มีหรอกครับ” ในความคิดเห็นตนมันไม่มีโดนหลอกครับ จริงๆ แล้วต้องตามกติกาของประชาธิปไตย ตนเห็นว่าพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย ก็โหวตสนับสนุนเลยชนะไป ซึ่งท่าทีของ สว. เอาจริงๆ ก็เห็นตามที่โหวต ไม่ได้คุยอะไรกัน เสียงโหวตก็จะเห็นว่าส่วนใหญ่โหวตให้ร่างของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย.



