เกาหลีใต้ต้องการลากตัวพลเมืองเกาหลีใต้ที่ถูกควบคุมตัวจากการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา กลับมาดำเนินคดีข้อหาสมคบร่วมกันทำกิจกรรมผิดกฎหมาย แอคชั่นแรงมากแม้ว่าทางการกัมพูชาจะปฏิเสธอะไรอย่างไรก็ไม่ฟัง กระทรวงต่างประเทศ ยังเปิดเผยรายงานด้วยว่า ในช่วง ม.ค.-ส.ค.68 ที่ผ่านมา ใน ปีนี้ ชาวเกาหลีใต้อย่างน้อย 330 คน สูญหายหรือถูกควบคุมตัวหลังเดินทางเข้าไปในกัมพูชา
เกาหลีใต้ยัง “ห้ามประชาชนเดินทางเข้าภูเขาโบกอร์ ในจังหวัดกำปอต เมืองบาเวต ในจังหวัดสวายเรียง เมืองปอยเปต ในจังหวัดบันทายมีชัย อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ อย่างเด็ดขาด” เพราะเป็นเขตสแกมเมอร์ ด้านสหรัฐอเมริกาก็กระหน่ำทุบซ้ำ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ตัดบริษัท “ฮุยวัน กรุ๊ป” ออกจากการเข้าถึงระบบการเงินดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากบริษัทแห่งนี้เป็นศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า “ฮุยวัน กรุ๊ป” ได้ฟอกเงินผิดกฎหมายไปแล้วอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง คิดเป็นเงินไทยประมาณ 130,223.98 ล้านบาท ระหว่างเดือน ส.ค. 2564 จนถึงเดือน ม.ค. 2568 ซึ่งฮุน โตหลานชายของฮุน เซน ประธานองคมนตรีกัมพูชา เป็นกรรมการของ “ฮุยวัน กรุ๊ป” ปฏิบัติการนี้คนไทยทั้งประเทศลุ้นระทึก ว่า สหรัฐฯและเกาหลีใต้ จะทะลวงเครือข่ายอาชญากรรม สแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ในกัมพูชาได้ไปถึงขั้นไหน มีคนไทยเกี่ยวหรือไม่?
ล่าสุด วันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมาท่าทีของ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักมากจากฝ่ายค้านว่า “นิ่งเงียบเกินไป” จากที่เคยพูดได้เกือบทุกเรื่อง “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ( ปชน.) กล่าวว่า เรื่องสแกมเมอร์และคอลเซนเตอร์ อเมริกา เกาหลีใต้ หรือสหราชอาณาจักร ดำเนินการอย่างจริงจังในการปราบปรามเครือข่ายบริเวณชายแดนของประเทศไทย
“ไทยควรเป็นประเทศที่มีบทบาทแก้ปัญหานี้ เพราะอยู่ติดกัมพูชา อยากให้นายกรัฐมนตรี ดำเนินการอย่างจริงจัง อย่างการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งต่างๆ ก็ดำเนินการได้รวดเร็ว ประชาชนอยากเห็นการปราบปรามเครือข่ายต่างๆ เหล่านี้ได้อย่างเข้มข้น และการอภิปรายของ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ก็ชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซนเตอร์ก็เกี่ยวข้องอยู่ใน ครม.ด้วย” และย้ำว่า ฝ่ายค้านจะเร่งดีกรีการตรวจสอบเรื่องนี้ให้เข้มขึ้นอีก
ยิ่ง “นายกฯหนู” เงียบ ฝ่ายค้านยิ่งถากถางว่า “นายกฯหาย” แถมเมื่อสื่อเจอตัว พยายามถามเรื่องเกาหลีใต้และสหรัฐฯเดินหน้าปราบสแกมเมอร์ เรื่อง “ฮุน เซน” กดดันเปิดด่าน ก็โยนหน่วยงานความมั่นคงหรือเดินหนี มีความเคลื่อนไหวคือมีหนังสือที่ 341/2568 ตั้งคณะทำงานปราบปรามการทำผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ลงวันที่ 15 ต.ค.68
“นายกฯหนู” ให้สัมภาษณ์แค่ว่า ในด้านการปฏิบัติได้มอบให้ “บิ๊กอุ้ม” พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ดูแล เมื่อผู้สื่อข่าวถามเรื่องจะมีแอคชั่นมากขึ้นหรือไม่ เพราะมีการเรียกร้องให้ไทยร่วมมือกับเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาในการกดดันให้กัมพูชาแก้ปัญหาเรื่องนี้ “นายกฯหนู” กล่าวว่า “ก็เป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่เราเสนอกัมพูชาอยู่แล้ว”
ท่าทีน้ำท่วมปากเช่นนี้ ฝ่ายค้านน่าจะรอจัดหนักอยู่แล้ว อาจหวังกันถึงขั้นสอยให้ได้ก่อนเดือน ธ.ค.
นาทีนี้ รัฐบาลต้องแอคชั่นร่วมปราบปรามแบบแข็งขัน ไม่เช่นนั้นอาจกระทบถึงชื่อเสียง ภาพลักษณ์ที่สั่งสมมา และสะเทือนถึงการเลือกตั้ง สส.อย่างแน่นอน.



