เมื่อวันที่ 16 ต.ค. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ผลการลงมติในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ร่างผลปรากฏว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยถูกตีตกไปนั้น เหตุผลชัดเจนว่าเป็นเรื่องของการเมือง โดยมีเหตุผลอื่นมาประกอบ อาจจะมาจากความไม่ชอบ ความเห็นต่าง ความขัดแย้งที่ผ่านมา เป็นการแสดงออกที่ชัดเจน ดังนั้นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นร่างหลักในการพิจารณาเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน เพราะมีความใกล้เคียงกับพรรคเพื่อไทย 

นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า การที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยไม่ได้รับความเห็นชอบ ดังนั้นจึงต้องสนับสนุนร่างของพรรคประชาชนเป็นหลักในการพิจารณาครั้งนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าพรรคเพื่อไทยไม่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย แต่ในชั้นกรรมาธิการ เราจะพิจารณาอย่างรอบด้านว่าเนื้อหาใดเหมาะสมที่สุด ซึ่งสามารถที่จะนำเนื้อหาที่เหมาะสมที่สุดมาพิจารณาในชั้นกรรมาธิการได้ 

นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า เชื่อว่าในชั้นพิจารณาของกรรมาธิการจะมีการหารือกันหนักมาก เพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนที่จะบรรจุเป็นกฎหมายเพื่อนำเข้ามาในวาระที่ 2 ต่อไป เงื่อนไขที่จะทำให้รัฐธรรมนูญไม่ผ่านต้องเป็นเงื่อนไขที่มีเหตุมีผล เช่น ที่มาสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ในตัวร่างไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน มีบทบัญญัติที่สุ่มเสี่ยงกระทบต่อสถาบัน 

“สิ่งที่จะเป็นหลักประกันในการดำเนินการ คือ การมีส่วนร่วมและมีความรอบคอบรอบด้าน นอกจากนี้คณะที่จะมาร่างควรจะเป็น ส.ส.ร. แต่ที่มาของสมาชิกสภาร่างจะมีรูปแบบใดต้องมาพิจารณากันในชั้นกรรมาธิการ เพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดและที่น่ากังวลคือที่มาของ ส.ส.ร. ต้องไม่เป็นของบุคคลของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่ถูกครอบงำชี้นำในการร่างรัฐธรรมนูญได้ และที่น่ากังวลอีกประการหนึ่ง คือ กรอบเวลาในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นเงื่อนไขสำคัญ เพราะหากทำไม่เสร็จอาจจะกระทบกับการทำประชามติ ซึ่งเราต้องทำให้ทันกับกรอบเวลาที่กำหนดไว้ หากไม่ทันสิ่งที่ดำเนินการมาทั้งหมดจะสูญเปล่าได้” นพ.ชลน่าน กล่าว