เมื่อวันที่ 16 ต.ค. นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รมช.สาธารณสุข พร้อมด้วย พล.ต.ต. คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ผบก.ปคบ.) เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง และจาก อย. ร่วมลงพื้นที่ ตรวจค้นโกดังสินค้าในอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ หลังได้รับข้อร้องเรียนจากผู้บริโภคว่ามีการลักลอบจัดจำหน่ายคอนแทคเลนส์ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งโกดังแห่งนี้มีการแบ่งพื้นที่ให้เช่าเก็บสินค้า โดยจุดที่มีการตรวจค้นเป็นพื้นที่บริเวณด้านในสุดของโกดังที่ถูกเช่าเก็บสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ตรวจสอบพบผู้เช่าเป็นนายทุนจากประเทศจีน มาเช่าเพื่อเก็บสินค้ากลุ่มคอนแทคเลนส์และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอาหารเสริม
นายวรโชติ กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและตำรวจสอบสวนกลางโดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เข้าตรวจสอบสินค้าซึ่งมีข้อร้องเรียนจากผู้บริโภค โดยสามารถตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมายทั้งผลิตภัณฑ์ยา อาหารเสริม เครื่องมือการแพทย์และเครื่องสำอางรวมกว่า 140,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าสินค้ากว่า 10 ล้านบาท ส่วนใหญ่ถูกนำเข้าจากประเทศจีนและเป็นสินค้าที่ไม่มีมาตรฐาน อาทิ คอนแทคเลนส์ยี่ห้อ Kilala พบมีการนำไปจำหน่ายในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เสี่ยงทำให้เกิดอันตรายต่อดวงตาถึงขั้นตาบอดได้ จากนี้จะมีการนำสินค้าที่ตรวจยึดได้ทั้งหมดจะถูกนำไปตรวจสอบและทำลายทิ้งในโอกาสต่อไป และดำเนินการเอาผิดนายทุนนำเข้า ตัวแทนจำหน่าย และประสานเรียกคืนสินค้า

“เท่าที่สืบทราบมีการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนเข้ามาจำหน่าย ผ่านช่องทางออนไลน์และคาดว่าน่าจะมีการจำหน่ายไปเยอะแล้วระดับหนึ่งเนื่องจากมีการสต๊อกสินค้าไว้เป็นจำนวนมาก ฝากถึงผู้บริโภคหากพบความผิดปกติจากการใช้ผลิตภัณฑ์สินค้าสามารถร้องเรียนหรือตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของ อย. หรือสามารถตรวจสอบเบื้องต้นว่าสินค้านั้นมีมาตรฐานมีการรับรองถูกต้องหรือไม่ โดยให้สังเกตจากฉลากผลิตภัณฑ์ต้องมีภาษาไทยกำกับและมีเลขทะเบียน อย. ทุกชิ้น” รมช.สาธารณสุข กล่าว และว่า ขอให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือทางการแพทย์ควรเลือกซื้อจากร้านขายยาที่มีมาตรฐานเชื่อถือได้ อย่าเห็นแก่ของราคาถูก และหากพบเห็นผลิตภัณฑ์เครื่องมือทางการแพทย์ที่จำหน่ายไม่มีเลขจดแจ้ง อย. ให้แจ้งมายังศูนย์เตือนภัยผู้บริโภคสายด่วน 1135 ได้

ด้านภญ.สุภัทรา กล่าวว่า อย. มีหน้าที่กำกับดูแลและติดตามผลิตภัณฑ์ที่มีการวางจำหน่ายในกรณีนี้การตรวจยึดสินค้าที่พบซึ่งส่วนใหญ่เป็นคอนแทคเลนส์จัดเป็นอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์และยังมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมผลิตภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ในกรณีการนำเข้ายาโดยมิได้รับอนุญาต จะดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ในข้อหานำเข้ายาโดยที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 50,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีของคอนแทคเลนส์ซึ่งจัดเป็นเครื่องมือแพทย์จะดำเนินคดีในข้อหาการนำเข้าอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์โดยไม่จดทะเบียนสถานประกอบการ และไม่จดทะเบียนอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ ตามพ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

และในกรณีเครื่องสำอาง ดำเนินคดีในข้อหาการนำเข้าเครื่องสำอางโดยมิได้ขออนุญาตและไม่ได้จดแจ้งเลขทะเบียน อย. ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ขอฝากถึงประชาชนสามารถตรวจสอบรายการผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ยาเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่ผ่านมาตรฐานของ อย.ได้ที่เว็บไซต์หรือหากพบข้อสงสัยกรณีสินค้ายาไม่ได้มาตรฐานสามารถแจ้งสายด่วน 1556 ได้.



