เมื่อวันที่ 17 ต.ค. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยถูก สว. ตีตกกลางสภา ทั้งที่สาระอยู่ตรงกลางระหว่างร่างภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ไม่มีข้อเสียหายใดๆ ที่จะรับไปทั้ง 3 ร่าง แล้วดำเนินการต่อในชั้นกรรมาธิการ

ผมเห็นด้วยกับพรรคเพื่อไทยที่เดินหน้าโหวตร่างสีส้มเป็นร่างหลัก เพื่อยืนยันหลักการให้ ส.ส.ร. ยึดโยงกับประชาชน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือนัยที่ถูกส่งออกมาจากการโหวตวาระแรก

1.ชัดเจนว่าภูมิใจไทยต้องการร่างของตนเป็นร่างหลัก ท่าทีตอนเถียงกันเรื่องโหวตรอบ 2 จริงจังหนักมาก เมื่อ สว. ตีร่างเพื่อไทยตก (ตามสูตรจะอ้างว่าเป็นดุลพินิจ สว.) ก็เหลือร่างน้ำเงินเดี่ยวๆ กับร่างสีส้ม คงคิดว่าแบเบอร์ โหวตชนะแน่นอน 

2.ผมเรียกร้องต่อพรรคประชาชนมาตลอดให้สร้างความชัดเจนกับภูมิใจไทย เช่น เสนอร่างร่วมกันเพื่อยืนยันเจตนารมณ์ หารือแนวทางแล้วแถลงต่อประชาชน ทั้ง 2 พรรคจับมือกันไปคุยกับ สว. ฯลฯ แต่ไม่มีการตอบสนอง เมื่อเกิดการโหวตแบบนี้ตั้งแต่ต้น ก็มองได้ล่วงหน้าว่าในชั้นกรรมาธิการ จะมีข้อแตกต่างไปตลอดทาง

3.มีคนตั้งคำถามถึงบทบาทฝ่ายค้านที่อ่อนโยนของพรรคส้ม

4.ถ้าแก้รัฐธรรมนูญล้มเหลว พรรคน้ำเงินจะบอกว่าได้เริ่มแล้ว แต่ไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ถึงอย่างนั้นก็จะยุบสภาใน 4 เดือน ถือว่าทำตามสัญญา

5.การ Grand compromise ให้เกิดรัฐบาลชุดนี้ จะนำไปสู่การ Grand opening กลุ่มพลังอนุรักษอำนาจนิยมในอนาคต หากแก้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ MOA ไม่สำเร็จ ไม่รู้เป็นความรับผิดชอบของใคร