เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์หลังจากได้หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่แล้ว ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ชุดใหม่ สักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม ภายในที่ทำการพรรคฯ ในวันที่ 20 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งถือเป็นการเข้าพรรคฯ ครั้งแรกของนายอภิสิทธิ์ หลังจากได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค และในเบื้องต้นจะมีการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการบริหารพรรคด้วย สำหรับภารกิจครั้งนี้ของพรรคฯ คือการฟื้นฟูศรัทธา ตนเชื่อเสมอว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคสำคัญของประเทศไทยได้ มีระบบพรรคการเมืองที่ไม่มีเจ้าของ และเป็นสถาบันทางการเมือง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ชัดที่สุดและผ่านการทดสอบทางประชาธิปไตยมายาวนานที่สุด ดังนั้น ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันในระบบพรรคการเมืองได้ ก็จะทำให้ประเทศพัฒนาได้ ดังนั้น ภารกิจในการฟื้นฟูศรัทธาต่อพรรค คือ 3 เสาหลักที่เราได้ทำมาตลอด คือ 1.เชื่อในระบอบประชาธิปไตยเสรีนิยมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง 2.ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง และ 3.การรักษาสัจจะวาจาของนักการเมือง ดังคำที่อยู่ในโลโก้พรรคประชาธิปัตย์

ร.ต.อ.พงศกร กล่าวอีกว่า ส่วนภารกิจของตนในฐานะโฆษกพรรค ค่อนข้างสำคัญ เพราะมีหน้าที่สื่อสารทิศทางและฟื้นฟูศรัทธาของพรรค ดังนั้น ตนต้องทำหน้าที่สื่อสารในข้อเท็จจริง และรับฟังประชาชนด้วยความเคารพ รวมถึงต้องทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุด ตนรู้ดีว่าคำพูดที่ดีเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถฟื้นศรัทธาได้ เราจึงต้องทำพรรคการเมืองให้มีหลักการ ยึดมั่นอุดมการณ์ และรักษาสัจจะของนักการเมือง นี่คือสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องฟื้นฟูในวันนี้ รวมถึงเราจะเปิดนโยบายต่างๆ ที่สำคัญด้วย นอกจากนี้เราค่อนข้างมั่นใจในคณะทำงานใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมเศรษฐกิจที่จะมีการเปิดตัว ซึ่งได้เห็นกันไปแล้ว 3 คน คือ นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ และนายวีรพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคฯ รวมถึงรองหัวหน้าพรรคฯ คนอื่นๆ ก็มีความสามารถชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้น วันนี้เราคงไม่ได้ยึดแค่ความซื่อสัตย์ เรายึดมั่นอุดมการณ์ในการรักษาสัจจะของนักการเมืองซึ่งเป็นสิ่งพื้นฐาน แต่เราต้องมีนโยบายต่างๆ ในการที่จะทำให้ประเทศชาติดีขึ้น ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องสื่อสารในเรื่องเหล่านี้ให้กับประชาชนเข้าใจได้ด้วย

เมื่อถามว่าในการทำหน้าที่โฆษกพรรคฯ จะต้องปรับปรุงอะไรหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา โฆษกพรรคการเมืองต้องมีการตอบโต้ที่เท่าทันคนอื่น ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า ตนมีประสบการณ์จากการเป็นโฆษกกทม.อยู่แล้ว ซึ่งตนไม่ค่อยจะตอบโต้ แต่จะสื่อสารด้วยข้อเท็จจริงอย่างเดียว ไม่ใช่การเยาะเย้ย หรือเอาชนะ เพราะสุดท้ายแล้วกาลเวลาก็จะพิสูจน์ความจริงเสมอ ดังนั้นการสื่อสารของตนคงเป็นการบอกให้เขารู้ข้อเท็จจริง ในบางครั้งเขาอาจจะตอบโต้ในสิ่งที่ไม่ควรทำ ซึ่งไม่ใช่การเมืองที่ผมอยากเห็น ผมจึงจะตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริงและพยายามอธิบายจนกว่าเขาจะเปิดใจคงไม่ได้มีความจิกกัดเก่งขนาดนั้น แต่จะพยายามใช้ข้อเท็จจริงดีกว่า

ร.ต.อ.พงศกร กล่าวอีกว่า ส่วนการตั้งรองโฆษกพรรคฯ ตนต้องปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ ก่อนว่าจะแต่งตั้งใครเป็นรองโฆษกบ้าง และจะมีการเปิดตัวต่อไป.