เมื่อเวลา 13.59 น. วันที่ 19 ต.ค. ที่สนามฟุตบอลโปโลฟุตบอลพาร์ค เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวถึงกระแสข่าว 7 นักการเมืองไทยเกี่ยวข้องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของกัมพูชา ว่า ไม่ต้องมาถามตน แค่ถามประชาชนก็รู้กันหมดแล้ว ซึ่งตนก็เข้าใจว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ต้องดำรงอยู่ทางการเมือง และบางครั้งการเมืองไทยเป็นที่ชุบตัวของบรรดามาเฟีย ซึ่งข้อมูลตรงนี้ ตนได้ให้กับนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ประธานกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ไปแล้วและได้นำไปใช้ รวมถึงน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ก็ได้นำข้อมูลนี้ไปใช้ ซึ่งทั้ง 2 คนก็กล้าที่จะแสดงออก โดยเฉพาะเรื่องการคลั่งชาติ หรือการกระทำของคนบางคน ที่บางครั้งใช้เครือข่ายไปทำงาน นักการเมืองไม่ได้ออกตัวเอง ซึ่งตนได้แนะนำรัฐบาลไปแล้วว่า ให้ใช้โอกาสนี้จัดการเรื่องสแกมเมอร์ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หากจัดการได้ คะแนนนายกรัฐมนตรีและภูมิใจไทยคะแนนจะมาเยอะ ทั้งนี้ ข้อมูลที่ตนมีเป็นข้อมูลมาตั้งแต่ยุคจีนเทา ที่มีชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการบริหารบริษัท เช่นเดียวกับขณะนี้ที่คนที่มีชื่อเกี่ยวข้องก็พยายามที่จะลบชื่อออก
เมื่อถามว่า พอจะเปิดเผยชื่อย่อได้หรือไม่ว่าเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน นายชูวิทย์ กล่าวว่า อย่าให้ตนพูดเลย เพราะเมื่อสักครู่เพิ่งนั่งกับนายกรัฐมนตรี และตนก็ไม่ได้รู้สึกเกร็งอะไร เพราะรู้จักกับนายกรัฐมนตรีมานาน เพียงแต่ให้กำลังใจ ทั้งนี้ นายกฯ ได้ทักทายและสอบถามเรื่องสุขภาพว่า เป็นอย่างไร ตนจึงอวยพรให้นายกรัฐมนตรีอยู่นานๆ โดยนายกฯ ได้ขอให้ตนด่านายกฯ น้อยๆ หน่อย ซึ่งตนก็บอกว่า ด่าเพราะรัก ถ้าไม่รักไม่พูดหรอก
นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า ตนได้บอกนายกฯ อีกว่าหากนายกรัฐมนตรีจะจัดการปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ จะได้กระแสนิยมทางการเมืองมากขึ้น เพราะตอนนี้กัมพูชาเป็นศูนย์กลางสแกมเมอร์ของโลก หากนายกฯ จัดการปัญหานี้ได้ เชื่อว่าสนามเลือกตั้งในกรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทยจะมาแน่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างทำกิจกรรมที่สนามฟุตบอลโปโลฟุตบอลพาร์ค เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายชูวิทย์ ได้เข้าไปคุยกับนายกฯ ระหว่างชมเกมการแข่งขันฟุตบอลในสนาม โดยมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส และหัวเราะเฮฮา และขณะที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์ นายชูวิทย์ เดินมายืนฟังอยู่ด้านหลังด้วย และพยายามสะกิดนายกฯ ให้ออกจากวงสัมภาษณ์ เพื่อมาพูดคุยกับตน ก่อนจะเดินไปส่งนายกฯ ขึ้นรถกลับ โดยทั้งคู่ได้สวมกอดกันอย่างเป็นกันเอง โดยนายกฯ ก็มีสีหน้ายิ้มและหัวเราะด้วย.



