เมื่อวันที่ 20 ต.ค.68 ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติเจนีวา หรือ CiCG ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ได้กล่าวถ้อยแถลงบนเวที General Debate ในการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา หรือ IPU ครั้งที่ 151 ภายใต้หัวข้อ “การยึดมั่นในบรรทัดฐานด้านมนุษยธรรมและการสนับสนุนการปฏิบัติด้านมนุษยธรรมในยามวิกฤติ” โดยกล่าวย้ำว่า ไทยมีความเชื่อมั่นมั่นคงในหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และพร้อมทำงานร่วมกับรัฐสภาทั่วโลกเพื่อคุ้มครองชีวิตประชาชนและส่งเสริมสันติภาพ
ประธานรัฐสภาไทย กล่าวว่า ปัจจุบันโลกเผชิญวิกฤติความขัดแย้งกว่า 120 กรณี มีผู้พลัดถิ่นกว่า 122 ล้านคน และประชาชนกว่า 310 ล้านคนต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกประเทศร่วมกันเสริมสร้างระบบพหุภาคีและยึดมั่นในหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยย้ำว่า ไทยไม่ประสงค์ใช้เวทีของฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อโจมตีหรือขยายความขัดแย้ง แต่ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่พยายามผลักดันสถานการณ์ให้คลี่คลายไปในทางที่ดี ซึ่งขอย้ำว่า ความรุนแรงไม่เคยสร้างประโยชน์ใด ๆ มีแต่จะสร้างความสูญเสียและบาดแผลที่ยากลบเลือน ทั้งนี้ไทยยังคงยึดมั่นในหลักสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศ และแนวทางอาเซียนในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีผ่านช่องทางทวิภาคี และได้แสดงความกังวลต่อการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง การรุกล้ำอธิปไตยของไทย
ในตอนท้าย ประธานรัฐสภาไทย ได้เชิญชวนให้สมาชิกรัฐสภาทั่วโลกสนับสนุนร่างมติของไทยว่าด้วย “การเสริมสร้างบทบาทของรัฐสภาในการต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์ข้ามพรมแดน ควบคู่กับการธำรงไว้ซึ่งหลักมนุษยธรรม” โดยเน้นว่า ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ได้สร้างความเสียหายแก่ประชาชนทั่วโลก และการร่วมมือกันของฝ่ายนิติบัญญัติจะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน
“รัฐสภาคือเวทีแห่งการสนทนา ความเมตตา และการปกป้องผู้เปราะบางที่สุดของสังคม ประเทศไทยพร้อมทำงานร่วมกับรัฐสภาทั่วโลก เพื่อคุ้มครองบรรทัดฐานมนุษยธรรม และสร้างสะพานแห่งสันติภาพเพื่อมนุษยชาติ” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว



