เมื่อวันที่ 21 ต.ค. นายสมคิด เชื้อคง อดีต สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลอาจยุบสภาก่อน 31 ม.ค. 69 น่าจะมาจากปัจจัยสำคัญ คือจากการที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เป็นรัฐบาลเป็ดง่อยทำอะไรไม่ได้ รัฐบาลอาจบริหารประเทศลำบาก ทั้งนี้บางเรื่องขนาดเป็นเสียงข้างมากยังทำไม่ได้ติดขัดไปหมด นอกจากนี้พรรคภูมิใจไทยคงคิดว่าจากการที่ดูด สส. จากพรรคการเมืองอื่นย้ายมาอยู่กับภูมิใจไทยมากพอ จะทำให้มั่นใจว่าน่าจะชนะเลือกตั้ง และมีจำนวน สส. มาก สามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล รวมทั้งอำนาจรัฐในมือ มั่นใจว่าจะได้เปรียบในสนามเลือกตั้ง นายอนุทินอาจจะเลือกยุบสภาได้ 

นายสมคิด กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้อาจมาจากปัจจัยที่พรรคภูมิใจไทยที่ไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นหากเลือกยุบสภาชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ต้องให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นละครลวงโลก 2 ปีที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยไม่มีเจตนาที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น พฤติกรรมที่ผ่านมาแสดงออกชัดเจนว่าไม่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนที่อ้าง MOA คือสัญญาหลอกเด็กตั้งแต่ต้น ในขณะที่เด็กก็พร้อมที่จะให้หลอกเพราะสมประโยชน์ทั้งคู่

“ดังนั้นการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม เชื่อว่าทุกพรรคพร้อม ในส่วนของพรรคเพื่อไทย แม้จะมีกระแสข่าวว่าอาจจะมีเลือดไหลอีก ก็ไม่ว่ากัน เพราะการย้ายพรรคเป็นวิถีการเมือง ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยมีสมาชิกพรรคเข้า-ออกตลอด แต่หวั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ได้วัดกันที่กระแส แต่เป็นการวัดกันที่กระสุนดินดำ ยังมั่นใจว่า ประชาชนยังเชื่อมั่นในผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ที่ผ่านมามีข่าวการใช้กระสุนดินดำเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง ชาวบ้านในพื้นที่รู้ใครทำอะไรที่ไหน แต่แปลกใจคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่รู้หรือเลือกปิดหูปิดตา ดังนั้นอยากให้ กกต. ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีกว่านี้ หากต้องการให้ได้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรมจริงๆ ไม่ไช่ไม่รับรู้อะไรเลยเหมือนที่เป็นอยู่” นายสมคิด กล่าว