เมื่อวันที่ 21 ต.ค. นางสุวรรณา วรรณศรี นายอำเภอภูเวียง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชุมพล หันชะนา ผกก.สภ.ภูเวียง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จุดเกิดเหตุช้างป่าแตกโขลงทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต บริเวณที่นาใกล้เทือกเขาภูเวียง ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านกุดน้ำใส หมู่ 4 ต.นาชุมแสง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น โดยพบร่าง นายประสิทธิ์ โสกัณทัตร์ อายุ 62 ปี ถูกช้างป่าสีดอหูพับทำร้ายที่บริเวณเถียงนาที่นายประสิทธิ์ผู้เสียชีวิตนอนเฝ้า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะผลักดันกลับเข้าเขตป่าอนุรักษ์และนำร่างส่งโรงพยาบาลแต่สุดท้ายเสียชีวิต

โดยนายสวัสดิ์ โสกัณทัตร์ อายุ 67 ปี พี่ชายผู้เสียชีวิต พาเจ้าหน้าที่ดูจุดเกิดเหตุ โดยพบว่าเถียงนาอยู่ใกล้กับเทือกเขาภูเวียง บริเวณด้านหน้าเถียงนาก็จะมีเปลที่ผู้ตายผูกเอาไว้บนต้นไม้ คาดว่าจะผูกเอาไว้นอนในเวลากลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงช้างป่า เนื่องจากช้างป่าจะออกหากินตอนกลางคืน และพบว่าสุนัขคู่กายของผู้ตายคือ เจ้าจ่อย นอนเฝ้าอยู่ใต้เปลที่ผู้ตายนอนประจำไม่ห่างไปไหน

จากการตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุ คาดว่าผู้เสียชีวิตวิ่งหนีช้างป่าจากเถียงนาก่อนจะสะดุดล้มอยู่บริเวณพื้นที่ที่มีการไถดินเตรียมปลูกพืชทางการเกษตร ระยะทางประมาณเกือบ 10 เมตร ซึ่งมีร่องรอยเท้าช้างขนาดใหญ่ทั่วทั้งบริเวณเป็นหลุมลึกลักษณะกระทืบเท้า และร่องรอยการวิ่งของช้างป่าเข้าไปในป่าด้านหลังซึ่งพบปลอกกระสุนปืนลูกซองของทางเจ้าหน้าที่ที่ใช้ในการผลักดันช้างป่า

นายสวัสดิ์ กล่าวว่า ตนเองอยู่เถียงนาอีกที่ห่างออกไปไม่ไกล ส่วนน้องชายอยู่เถียงนาจุดเกิดเหตุ ซึ่งตนเองให้น้องชายอาศัยและเฝ้านาข้าว โดยช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ช้างป่าตื่นนอนเดินออกจากป่ามาหากินอยู่ใกล้ๆ โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการประกาศเตือนให้ทุกคนกลับเข้าบ้าน กระทั่งเจ้าหน้าที่ออกมาผลักดันช้างได้จุดประทัดซึ่งอาจจะทำให้ช้างป่าหงุดหงิดเพราะเพิ่งตื่นนอนออกหากิน โดยช้างหลบเจ้าหน้าที่มาที่นาตนเองที่อยู่ห่างไปไม่ไกล ตนเองรีบพาภรรยาเก็บข้าวของออกมาทันที โดยช้างป่าได้มาทำลายหลักเสารั้วของตนเองเสียหาย แล้วไปรื้อค้นหาของกิน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะผลักดันช้างป่าออกไป โดยช้างได้ไปทางที่นาที่น้องชายนอนอยู่ เจ้าหน้าที่พยายามบอกให้น้องชายออกมา ซึ่งน้องชายวิ่งหนีออกจากที่นาแต่ล้มลง ถูกช้างเตะและกระทืบ สภาพหน้าอกยุบ สมองเบี้ยว เลือดออกหู ออกตา ก่อนที่ช้างจะหลบเข้าไปข้างเถียงนาหลบหายไปในป่า ทางเจ้าหน้าที่ก็ตามผลักดันออกไป ตอนนั้นมั่นใจว่าเหตุเกิดอยู่ที่นาตนเองที่น้องเฝ้าอยู่แน่นอน กระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่าน้องเสียชีวิต

“ช่วงนี้เริ่มมีช้างป่ามาหากินแถวนี้เป็นเวลาเดือนกว่าแล้ว ซึ่งมีอยู่ตัวเดียวที่มาวนหากินแถวนี้คือ “สีดอหูพับ” โดยทางเจ้าหน้าที่ได้มีการประกาศแจ้งเตือนทุกวันให้ระวัง ทั้งไปบอกน้องชายว่าให้ออกมาให้ระวัง แต่น้องก็ยืนยันว่าไม่เป็นอะไร โดยช้างป่าตัวนี้จะชอบกินปลาร้า เกลือ ข้าวสาร ตามเถียงนาชาวบ้าน พวกอ้อย พวกมันสำปะหลังจะไม่ค่อยกิน แค่เคี้ยวเล่น ส่วนกล้วยจะปอกเปลือกกินแต่ข้างใน และเวลาวิ่งจะมีความเร็วมาก 10 นาทีไปได้ไกลถึง 50 เมตร มีความฉลาด เวลาโดรนเจ้าหน้าที่บินจับภาพจะเข้าไปตามเถียงนาแล้วหายไป ก่อนที่แบตเตอรี่โดรนหมดช้างก็หลบเข้าป่าทันที”

นายสวัสดิ์ กล่าวต่อว่า อยากให้น้องเป็นศพสุดท้าย ไม่อยากให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก เรื่องการเยียวยานั้นตนเองไม่ขอเรียกร้องก็แล้วแต่ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ ทั้งนี้ฝากเป็นอุทาหรณ์ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของทางเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด อย่าประมาทหรือตัดสินใจอะไรเอาเอง เพราะช้างป่ามีความเร็วไม่ว่าใครก็หนีไม่ทันหากอยู่ใกล้ ซึ่งก็ขอให้เหตุการณ์ของน้องชายตนเองเป็นเหตุการณ์สุดท้าย